อ้าง‘สมเด็จช่วง’ถูกหลอก
ทนายวัดปากน้ำฯ แจงดีเอสไอ สมเด็จช่วง-หลวงพี่แป๊ะ ตกเป็นเหยื่อการขายรถหรู เผยส่งคืนผู้บริจาคแล้วเมื่อเดือน ก.พ. แต่ยังฝากเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์
ทนายวัดปากน้ำฯ แจงดีเอสไอ สมเด็จช่วง-หลวงพี่แป๊ะ ตกเป็นเหยื่อการขายรถหรู เผยส่งคืนผู้บริจาคแล้วเมื่อเดือน ก.พ. แต่ยังฝากเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์
นายสมศักดิ์ โตรักษา หัวหน้าทีมทนายความวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อชี้แจงเรื่องคดีรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เลี่ยงภาษี โดยยืนยันว่า สมเด็จช่วงเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิดเกี่ยวกับเรื่องรถ
สมเด็จช่วงได้รับการบริจาครถคันดังกล่าวเมื่อปี 2554 ต่อมาสมเด็จช่วงได้แจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนรถจาก ขม 99 เป็น งค 1560 เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2556 และในวันเดียวกัน สมเด็จช่วงได้แจ้งต่อนายทะเบียนกรมการขนส่งทางบกว่าขอยกเลิกการใช้รถยนต์คันดังกล่าวตลอดไป ต่อมาเมื่อปรากฏมีข่าวประมาณต้นเดือน ก.พ. 2559 ว่ารถคันดังกล่าวมีที่มาไม่ถูกต้อง สมเด็จช่วงจึงได้นำรถหรูคันนี้มอบคืนให้กับผู้บริจาค โดยไม่ประสงค์ให้อยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำฯ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รถคันดังกล่าวได้ฝากไว้ในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดปากน้ำฯ เพื่อให้ผู้ซื้อมอบคืนแก่ผู้ขายต่อไป
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการซื้อขายรถยนต์นั้น สมเด็จช่วงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการแต่อย่างใด เพียงแต่มีเอกสารจากผู้บริจาคมาถวายให้สมเด็จช่วงลงนาม โดยให้สมเด็จช่วงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค
นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความส่วนตัวพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวว่า สังคมกำลังมองว่าหลวงพี่แป๊ะเป็นผู้จดประกอบรถคันดังกล่าว ซึ่งพระไม่ได้มีความรู้ใดๆ ในการจดประกอบรถ แต่เราเป็นเหยื่อของการขายรถ ที่ไม่รู้ว่ารถดังกล่าวมาอย่างไร รถจะถูกต้องหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของผู้ขายมาให้ เพราะในสัญญาซื้อขายระบุชัดเจนว่า การซื้อขายจะต้องจดทะเบียนและเสียภาษีอย่างถูกต้อง


