
เครือข่ายต้านน้ำเมาจี้สธ.คุมฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“เครือข่ายต้านน้ำเมา”ร่อนหนังสือถึงรมว.สธ.หนุนบังคับใช้กฎหมายคุมฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แฉนายทุนน้ำเมาจ้องตัดตอน จ้างองค์กรหน้าฉากล๊อบบี้
“เครือข่ายต้านน้ำเมา”ร่อนหนังสือถึงรมว.สธ.หนุนบังคับใช้กฎหมายคุมฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แฉนายทุนน้ำเมาจ้องตัดตอน จ้างองค์กรหน้าฉากล๊อบบี้
เมื่อวันที่3มี.ค.59 นายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า เครือข่ายฯได้ทำหนังสือถึงศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้ ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และล่าสุดเครือข่ายฯทราบมาว่าช่วงที่ผ่านมาได้มีความพยายามใช้กลไกทางศาลปกครอง ในการฟ้องร้องขอทุเลาการบังคับใช้กฎหมาย ของผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วถึง 3 กรณี โดยศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลา 2 คดี และไม่รับคำขอทุเลาอีก1คดี ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าประกาศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้างเพื่อขอทุเลา และเครือข่ายทราบว่า ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง จะให้มีการยกเลิกประกาศฯ ฉบับนี้ ทั้งการเข้าพบผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้ข่าวต่อสื่อมวลชน เครือข่ายฯ จึงขอสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันที่จะให้คงประกาศฯฉบับนี้ และให้ดำเนินการ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ลดผลกระทบทางสังคม และคุ้มครองสุขภาพประชาชนต่อไป
“เป็นที่น่าสังเกตุว่า ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในระดับสากลและในประเทศ คอยจ้องตัดตอน ต่อต้านการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาโดยตลอด มีถึงขนาดจ้างบริษัทลอบบี้ยีสต์ หรือองค์กรหน้าฉากเข้ามาดำเนินการกันใหญ่โต และมักจะอ้างผลกระทบทางธุรกิจ กีดกันทางการค้า ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ กระทบการค้าการลงทุน ชูเรื่องดื่มอย่างรับผิดชอบ ผลักภาระความรับผิดไปที่คนดื่มโดยที่ผู้ผลิตผู้ขายกลับลอยนวล และไม่ใยดีว่าผลกระทบจากสินค้าบาปชนิดนี้ร้ายแรงเพียงใดกับสังคมไทย การที่ทูตจากประเทศส่งออกน้ำเมาข้ามชาติหลายราย มาเจรจากดดันกับรัฐบาลมีให้เห็นอยู่ตลอด กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลจึงควรวางน้ำหนักให้ถูกต้อง ควรเลือกที่จะปกป้องสนับสนุนคุ้มครองสุขภาพประชาชน หรือเลือกที่จะเออออห่อหมกไปกับกลุ่มทุนที่สร้างผลกระทบกับประชาชนไม่น้อยไปกว่ายาเสพติดหรืออาวุธสงคราม ทางที่ดีที่สุดของธุรกิจน้ำเมาคือการทำตามกฎหมาย เคารพกฎหมายอย่างจริงจัง แค่นั้นปัญหาสังคมก็จะลดลงแน่นอน และควรยุติพฤติกรรมแทรกแซงนโยบายควบคุมน้ำเมาของไทยเสียที” นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้หลังจากมีประกาศฉบับนี้ออกมา เครือข่ายฯได้สุ่มตรวจตามร้านค้าต่างๆ ยังพบว่า มีการตั้งวาง และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีฉลากไม่เป็นไปตามประกาศฯเช่น มีข้อความที่เข้าข่ายเป็นการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ ทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่ ซึ่งจะมีผลให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป เข้าใจผิดในคุณสมบัติของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา32ที่จำกัดการโฆษณาโดยตรงผ่านสื่อสาธารณะ มาใช้ฉลาก หรือบรรจุภัณฑ์ เป็นพื้นที่โฆษณาแทน ส่งผลต่อความคุ้นชินและการเริ่มเป็นนักดื่มหน้าใหม่ ในขณะที่แนวโน้มของนักดื่มในปัจจุบันที่เริ่มดื่มอายุน้อยลงๆ และเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงของสังคมไทยอยู่แล้ว







