
ท่องเที่ยวจีนยังแกร่ง แม้เศรษฐกิจชะลอตัว
ภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2016 จะเติบโตต่อเนื่องได้อีกจากปีที่ผ่านมา
โดย...ลภัส อัครพันธุ์
ภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2016 จะเติบโตต่อเนื่องได้อีกจากปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะขยายตัวราว 9% นำโดยนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งมีการใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้นมาก ในปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้ให้กับไทยมากถึง 2.23 ล้านล้านบาท ปริมาณเพิ่มขึ้น 20% ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 29.8 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีจำนวนมากถึง 7.9 ล้านคน หรือเติบโต 71% จากปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ในปี 2016 คาดว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวจะยังคงเติบโตได้ดีจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สวนทางกับนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ยังคงมีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2013 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทย 1.7 ล้านคน แต่เหลือเพียง 0.9 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงไปจากนักท่องเที่ยวรัสเซียได้มาก เนื่องจากคุณภาพของนักท่องเที่ยวชาวจีนสูงขึ้น โดยการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 4,425 บาท ในปี 2010 เป็น 5,748 บาท ในปี 2015 และนอกจากนักท่องเที่ยวโดยรวมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแล้ว สนามบินนานาชาติต่างๆ ภายในประเทศได้ขยายความจุเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามบินดอนเมืองและอู่ตะเภาที่ได้เปิดให้บริการในช่วงปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา และสนามบินภูเก็ตที่มีแผนจะเปิดให้บริการในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งการขยายสนามบินทั้ง 3 แห่งนี้จะทำให้ไทยสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นถึง 20.5 ล้านคน/ปี
ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงจะไม่กระทบจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาไทย เนื่องจากไทยยังมีจุดแข็งในด้านราคา ในปี 2015 ไทยถือเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามามากที่สุดในโลก โดยเดินทางเข้ามาไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ของชาวจีนที่ขยายตัวสูงตามเศรษฐกิจที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 11% ในช่วงปี 2009-2014
ปัจจุบันเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลง และเงินหยวนมีทิศทางอ่อนค่าลง รวมถึงการลดลงอย่างรุนแรงของตลาดหลักทรัพย์ในจีน ได้สร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไทย อย่างไรก็ดีหากมองถึงรายได้ต่อหัวของชาวจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สังเกตได้ว่าจำนวนผู้มีรายได้ปานกลางในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของชาวจีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จ่ายได้อยู่มาก และเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไทยที่ไม่ได้แพงนักและเพิ่มขึ้นในอัตราช้ากว่ารายได้
ดังนั้น การที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงแต่ยังเติบโตในระดับสูงราว 6-7% จึงจะไม่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนมาไทยลดลง ในทางกลับกัน อาจจะได้ประโยชน์จากการที่ผู้มีรายได้สูงได้รับผลกระทบจากราคาหลักทรัพย์ที่ลดลงและหันมาท่องเที่ยวในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายถูกลงอีกด้วย
ตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียจะยังไม่ฟื้นตัวและคาดว่าจะยังมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจรัสเซียหดตัว คาดว่าในปีนี้ตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียยังคงไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียลดลงแปรผันตามราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ทำให้ความสามารถในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวรัสเซียลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากรายได้หลักมาจากการส่งออกน้ำมันถึง 70%
เชื่อว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป เนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากมาตรการคงการผลิตน้ำมันให้อยู่ในระดับสูงของกลุ่ม OPEC รวมถึงอิหร่านมีแนวโน้มที่จะสามารถกลับมาเพิ่มปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบได้หลังจากสหรัฐได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ลดลงนั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพัทยาและภูเก็ตเป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องปรับกลยุทธ์และหันไปพึ่งพานักท่องเที่ยวชาวจีนแทน
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เติบโตทำให้มีนักลงทุนจีนสนใจลงทุนในธุรกิจบริการในไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจบริการของไทยเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้น นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาไทยเป็นจำนวนมากกลายเป็นปัจจัยดึงดูดให้มีนักลงทุนจีนเข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อรองรับชาวจีนด้วยกันมากขึ้น สอดคล้องกับปริมาณ FDI ในภาคธุรกิจบริการที่มีนักลงทุนจากจีนและฮ่องกงหันมาลงทุนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น มีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารที่มีสัดส่วนมากถึง 20% และ 23% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะชาวรัสเซียก็เข้ามาทำธุรกิจหลากหลายในพัทยาเช่นกัน แต่โครงสร้างนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกันส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ต่างกัน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวผ่านบริษัททัวร์เป็นส่วนใหญ่ถึง 44% ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจำเป็นที่จะต้องเที่ยวตามโปรแกรมที่บริษัททัวร์จัดไว้ รวมถึงการใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งร้านขายของที่ระลึก ทำให้รายได้ไม่กระจายถึงผู้ประกอบการไทย
ธุรกิจที่คาดว่ามีโอกาสทำเงินรั่วไหลออกจากประเทศนั้นมีตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าปลีกค้าส่งที่ขายของให้ชาวจีน ซึ่งแต่ละปีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมากับทัวร์มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม (ร้านอาหาร) และช็อปปิ้งมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ในขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเองถึง 74% ส่งผลให้เกิดมีข้อจำกัดในการท่องเที่ยวและใช้บริการธุรกิจท่องเที่ยวในไทยไม่มากเมื่อเทียบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน







