
ตร.จับผู้ต้องหาสำคัญหนีคดีอุจฉกรรจ์มานานกว่า2ปี
ตรัง-ตำรวจแถลงจับกุมผู้ต้องรายสำคัญก่อเหตุอุกฉกรรจ์มาแล้วถึง 4 คดีหลบหนีนาน 2 ปี ยันจะขอสู้คดีในชั้นศาล
ตรัง-ตำรวจแถลงจับกุมผู้ต้องรายสำคัญก่อเหตุอุกฉกรรจ์มาแล้วถึง 4 คดีหลบหนีนาน 2 ปี ยันจะขอสู้คดีในชั้นศาล
พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง แถลงข่าวจับกุมนายอาพร หรือลูกวัว ล้วนดี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109/1 ม.8 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับของศาลจังหวัดตรัง โดยมีหมายจับทั้งสิ้น 4 หมาย ประกอบด้วย คดี มจ.ที่ 138/57 ลงวันที่ 8 พ.ค.57 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น (นายวงศ์ เหมทานนท์) เหตุเกิดพื้นที่ สภ.ห้วยยอด คดีที่ 2 มจ.ที่ 223/58 ลงวันที่ 3 ก.ค. 58 ข้อหาปลันทรัพย์โดยมีอาวุธปืนฯ (นายวิรัตน์ เกลี้ยงจุ้ย) เหตุเกิดพื้นที่ สภ.หนองตรุด คดีที่ 3 มจ.ที่ 85/58 ลง 23 มี.ค.58 ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นฯ(น.ส.นิลาวัลย์ แก้วเกื้อกูล) เจ้าหน้าที่ เทศบาลลำภูรา เหตุเกิดพื้นที่ สภ.เมืองตรัง และคดีที่ 4 มจ.ที่ 206/57 ลงวันที่ 25 มิ.ย.57 ข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นฯ (นางศินันทินี ชูคง) เหตุเกิดพื้นที่ สภ.เมืองตรัง
ทั้งนี้ ผู้ต้องรายนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามพฤติกรรมมาตลอดจนในที่สุดได้รับแจ้งจากสายลับว่านายอาพร หรือ ลูกวัว ล้วนดี ซึ่งอยู่ในระหว่างหลบหนี เดินทางจากกรุงเทพฯโดยมากับรถทัวร์ทรัพย์ไพศาล สายกรุงเทพ – ตรัง หมายเลขทะเบียน 15-4997 กทม. จึงได้ประสานจุดตรวจถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเอเชีย (ขาลง) ม.3 ต.ถ้ำพรรณรา เช้าตรู่วันที่ 24 ก.พ. 59 ตรวจค้นรถคันดังกล่าว และทำการตรวจสอบบุคคลที่นั่งมาในรถคันดังกล่าว ปรากฏพบตัวนายอาพร ฯ นั่งอยู่ในภายในรถฯ จึงได้แสดงตัวและหมายศาลเข้าจับกุม โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายศาลจริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงแจ้งข้อหาให้ทราบและจับกุมตัว นำส่ง สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า ผู้ต้องหาคนนี้ถือว่าเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่สุดของจังหวัดตรังมีประวัติการก่อเหตุโชกโชนถึง 9 คดี โดยศาลสั่งยกฟ้อง 4 คดี และตัดสินจำคุก 5 คดี ถูกจำคุกยาวนานถึง 19 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และเพิ่งออกจากคุกมาได้ 2 ปี และมาก่อเหตุเพิ่มอีก 4 คดีตามหมายจับ 2 จังหวัดหลังกล่าว ส่วนการจะให้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
นายอาพร หรือ ลูกวัว ล้วนดี ผู้ต้องหา กล่าวว่า ยอมรับว่าที่ผ่านตนทำจริงในบางคดี บางคดีก็ไม่ได้ทำ และติดคุกมาแล้วทุกแห่ง และมาถึงตอนนี้ทาง ตร.ก็กล่าวหาว่าตนเป็นคนทำอีกครั้ง โดยคดีทั้ง 4 คดีที่ตนถูกจับขอยืนยันความบริสุทธิ์ ตนตกเป็นแพะ และหาตนต้องถูกจำคุกในครั้งนี้ ตนก็ถือว่าเป็นเวรกรรมของตัวเอง แต่จะสู้ต่อไปในชั้นศาล.







