posttoday

ปรับแก้ รธน.ก๊อกสอง อย่าถอยหลังถึงปี 2519

23 กุมภาพันธ์ 2559

"ร่างรัฐธรรมนูญอาจารย์มีชัยจะพาเราถอยหลังไปถึงปี 2534 และถ้าแก้ตามข้อ 16 ที่ ครม.เสนอ เราจะถอยหลังไปถึงปี 2519"

โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ

เมื่อข้อเสนอปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงถูกส่งมาถึงมือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะข้อเสนอจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

จากนั้นก็เป็นขั้นตอนที่ กรธ.จะทำหน้าที่ปรับปรุงแก้ไขต่อไป แต่จะแก้อย่างไรให้เป็นที่ยอมรับ ให้ประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยได้ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองคณบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องไม่แย่กว่าฉบับที่ผ่านมา

“เรื่องที่สำคัญที่สุดคือสิทธิของประชาชน สิ่งที่ประชาชนเคยมีในรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งสิทธิในการแสดงความคิดเห็นก่อนที่จะมีการอนุมัติโครงการ สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค สิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่ กรธ.ตัดออกไปจากหมวดสิทธิเสรีภาพ ควรต้องเอากลับคืนมา รวมถึงเรื่องหลักการประกันสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นหลักการที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 ได้แก่ หลักการจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนได้เท่าที่จำเป็น หลักการจำกัดสิทธิเสรีภาพต้องไม่กระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิเสรีภาพ และสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองต้องเป็นกฎหมายใช้บังคับโดยตรง ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ตัดทิ้งไป ก็ควรต้องเอากลับคืนมา”

อาจารย์ปริญญา บอกว่า สิทธิที่สำคัญอีกประการคือ สิทธิในการเลือก สส. ประชาชนเคยเลือก สส.แบบแบ่งเขตกับเลือกพรรคแตกต่างกันได้ แต่ระบบเลือกตั้งของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ เพราะ สส.ยังมีทั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ แต่กลับกำหนดให้ประชาชนเลือก สส.เขตได้อย่างเดียว เดิมประชาชนสามารถเลือก สส.เขตที่สังกัดพรรคหนึ่ง และเลือกพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งได้

แต่ภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประชาชนจะไม่มีสิทธิอันนั้นอีกต่อไป ระบบเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นมีปัญหา เพราะพรรคใหญ่ที่สุดจะได้ สส.มากเกินความเป็นจริง ระบบอาจารย์มีชัยจะออกไปอีกทาง คิดว่าดีที่สุดคือ ทุกพรรคได้ สส.ตามความเป็นจริง โดยประชาชนยังมีสองคะแนนต่อไป แบบระบบเลือกตั้งตามร่างรัฐธรรมนูญของอาจารย์บวรศักดิ์น่าจะดีที่สุด และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องสิทธิในการเลือกตั้ง สว.โดยตรงจังหวัดละคน ถ้าจะแทนที่ด้วยการเลือกตั้งทางอ้อมก็ต้องเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมจริงๆ ไม่ใช่การสรรหาที่ขยายวงมากขึ้นแบบนี้

ส่วนความเห็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอให้ สว.มาจากการสรรหาทั้งหมดนั้น ปริญญา กล่าวว่า ถ้าทำอย่างนั้นยุ่งแน่ การเลือกตั้งทางอ้อมจริงๆ ยังพอทน แต่ถ้าถึงขนาดสรรหาหรือแต่งตั้งหมดมันก็คือการถอยหลังกลับไปหารัฐธรรมนูญ 2534 ส่วนตัวคิดว่าถ้ายังอยากมี สว. แต่คิดไม่ออกว่าจะเอายังไง ก็กลับไปหาการเลือกตั้งจังหวัดละคนผสมกับสรรหาแบบรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งถ้าทำให้ดีขึ้นไม่ได้ ก็อย่าทำให้มันแย่ลง

ปริญญา กล่าวต่อไปอีกว่า รัฐธรรมนูญ 2534 ทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด พ.ค. 2535 ซึ่งประธานกรรมาธิการยกร่างขณะนั้นก็คือ อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ คนคนเดียวกันที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ซึ่งหลังเหตุการณ์ในตอนนั้นมีการแก้ไขกันไปหลายรอบ กระทั่งปี 2538 ต้องแก้ทั้งฉบับ แล้วสุดท้ายก็ต้องมาร่างใหม่หมด จนเกิดเป็นรัฐธรรมนูญ 2540 และสุดท้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ก็มีปัญหา จนกระทั่งเกิดเหตุที่นำมาสู่การมีรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งโดยหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องแก้ไขให้มันดีขึ้น ไม่ใช่ทำให้มันแย่ลงและถอยไปหารัฐธรรมนูญ 2534 แบบนี้

“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยสรุปเลยมันก็คือรัฐธรรมนูญ 2534 ที่ทำให้ทันสมัยขึ้นเท่านั้น ผมเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่อยากให้อาจารย์มีชัยทำผิดพลาดซ้ำอีก อะไรที่จะทำให้ดีขึ้นในเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นก็ว่าไป แต่อย่าพาประเทศไทยถอยหลังไปขนาดนั้น การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นต้องแก้ด้วยการทำประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ไม่ใช่ในทางตรงกันข้ามแบบนี้” ปริญญา กล่าวย้ำ

ส่วนประเด็นข้อเสนอของ ครม.ทั้ง 16 ข้อ ต่อ กรธ.นั้น ปริญญา กล่าวว่า ข้อเสนอที่ 15 ที่ระบุให้กระชับเวลาในการจัดทำกฎหมายลูกให้เลือกตั้งเร็วขึ้น ไม่ต้องนานขนาดในบทเฉพาะกาลที่เขียนไว้ คือให้เลือกตั้งเป็นไปตามโรดแมป อย่าช้าเกินไป ถือว่าดี แต่พออ่านถึงข้อเสนอที่ 16 เจอประโยคว่าให้มี “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระดับหนึ่งอย่างมีดุลยภาพในช่วงเปลี่ยนผ่าน” คำว่า “ระดับหนึ่ง” ต้องถามว่าแปลว่าอะไร สส.จะมาจากการเลือกตั้งแค่ส่วนหนึ่งใช่หรือไม่ แล้วที่เหลือมาจากการแต่งตั้งหรือสรรหาหรือเปล่า ถ้าทำตามข้อเสนอของ ครม. คือเลือกตั้งไม่ช้าเกินไปนั้น หมายถึงเลือกตั้งแค่ส่วนเดียวหรือไม่

“ความคิดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญ 2519 ที่ประกาศใช้หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยคณะปฏิรูปการปกครอง ก็ให้มีสภาปฏิรูปการปกครองที่มาจากการแต่งตั้งมีวาระ 4 ปี แล้วพอครบ 4 ปี ค่อยแก้รัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้ง สส. โดยมีแผนให้เลือกตั้งแค่ครึ่งหนึ่งก่อน เหมือนกันกับข้อ 16 ของ ครม. แต่แนวทางนี้ไปไม่รอด เพราะเพียงหนึ่งปีต่อมาทหารกลุ่มเดิมก็ปฏิวัติซ้ำและฉีกรัฐธรรมนูญ 2519 นี้ทิ้ง ร่างรัฐธรรมนูญอาจารย์มีชัยจะพาเราถอยหลังไปถึงปี 2534 และถ้าแก้ตามข้อ 16 ที่ ครม.เสนอ เราจะถอยหลังไปถึงปี 2519 ผมไม่คิดว่าร่างอย่างนี้จะผ่านประชามติ”

ส่วนที่ถามว่าเพราะ คสช.ไม่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติหรือไม่ ปริญญา กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างนั้น ตอนนี้สิ่งที่เรายังไม่รู้คือ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเกิดอะไรขึ้น ต้องรอดูการแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เมื่อเรื่องนี้ชัดเจนแล้วเราถึงจะรู้จริงๆ ว่า คสช.คิดอะไรอยู่ อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ และมีแผนอย่างไรต่อไป

“เราไม่ควรถอยหลังไปมากกว่านี้ และประเทศไทยควรกลับสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ สิ่งที่ประชาชนเคยมีในรัฐธรรมนูญ 2550 ก็คืนให้เขา และอย่าไปแก้ข้อ 16 ตามที่ ครม.เสนอ รัฐธรรมนูญ 2534 จบลงด้วยเหตุการณ์นองเลือด ส่วนการจะให้เลือก สส.แค่บางส่วนของรัฐธรรมนูญ 2519 ก็จบลงด้วยการปฏิวัติซ้ำ เรามีบทเรียนมาแล้วทั้งนั้น อย่าทำผิดซ้ำกันอีกเลย ประชาธิปไตยมีปัญหาก็ต้องแก้ไขโดยใช้เครื่องมือของระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ถอยหลังไปหาสิ่งที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบนี้” ปริญญา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ไขปริศนาฟ้าหลัว ทำไมค่าฝุ่น PM2.5 มาตรฐาน แต่ท้องฟ้าไม่สดใส