
เครือข่ายผู้บริโภคจี้สปท.เร่งออกกม.องค์การอิสระ
เครือข่ายผู้บริโภคยื่นหนังสือต่อสปท. ขอให้เร่งออกกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
เครือข่ายผู้บริโภคยื่นหนังสือต่อสปท. ขอให้เร่งออกกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เครือข่ายผู้บริโภค นำโดย คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน และคณะ นำโดย น.ส. บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่1 เพื่อขอให้เร่งการออกกฎหมายตั้งองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
น.ส. บุญยืน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ..... ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รวมทั้งจากการพิจารณาของสปช.มาแล้ว แต่ปรากฏว่า ทางสำนักงานคณะกรรมาการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้คัดค้านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า มีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของ สคบ. ซึ่งถือว่า เป็นการดูถูกบรรดา สส. สว. และ สปช. ที่ได้พิจารณามาก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม จึงขอให้ทาง สปท. ได้นำร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อนำไปขับเคลื่อนเป็นแนวทางในการปฏิรูปประเทศต่อไป ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ก.พ. ทางเครือข่ายฯจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อยื่นต่อ ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทางคณะรัฐมนตรีพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวด้วย
ขณะที่ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ทาง สปท. จะพิจารณาข้อเสนอที่ทางเครือข่ายฯ นำมายื่น เพื่อติดตามการทำงานของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะให้มีองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แม้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ที่อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะเคยทักท้วงว่าอาจทำให้เกิดการซ้ำซ้อน แต่โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองคุณภาพชีวิตของคนไทย จากการใช้สินค้าและบริการ
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งในที่สุดเรื่องนี้จะมีการหารือตัดสินใจกันในคณะกรรมการประสานงานรวม 3 ฝ่าย อีกทั้ง ในวันพรุ่งนี้ การประชุมวิป สปท. จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , สำนักงานข้าราชการพลเรือน , สำนักงานพัฒนาระบบข้าราชการ , สำนักงบประมาณ เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปอีกด้วย







