
ทักษิณปลุกคว่ำรธน.
“ทักษิณ” ออกโรง โจมตีร่าง รธน.เปิดช่อง คสช.สืบทอดอำนาจ พาประเทศถอยหลัง แนะบิ๊กตู่เจรจาทุกพรรคทุกกลุ่มหาทางออกประเทศ
“ทักษิณ” ออกโรง โจมตีร่าง รธน.เปิดช่อง คสช.สืบทอดอำนาจ พาประเทศถอยหลัง แนะบิ๊กตู่เจรจาทุกพรรคทุกกลุ่มหาทางออกประเทศ
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล โดยเตือนไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า กำลังทำให้เศรษฐกิจประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง ด้วยการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำกัดอำนาจของรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และสงวนอิทธิพลไว้ให้กับบรรดานายทหารที่เป็นผู้ก่อรัฐประหาร
อดีตนายกฯ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเปิดช่องให้มีนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเท่ากับเปิดทางให้ผู้นำทหารสามารถปกครองประเทศต่อไปได้แม้หลังการเลือกตั้ง สภาพก็จะเหมือนกับ
เมียนมาก่อนที่จะมีการปฏิรูปการเมือง คือ มีนายกฯ แต่อำนาจที่แท้จริงจะอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลบางคนที่อยู่เหนือนายกฯ ขึ้นไป และเศรษฐกิจของประเทศก็จะเป็นอันตราย ซึ่งมีเพียงรัฐบาลทหารเท่านั้น
ที่ยอมรับรัฐธรรมนูญนี้ ขณะที่ไม่มีใครอื่นยอมรับ ถ้ารัฐธรรมนูญนี้ถูกบังคับใช้ก็เท่ากับว่าประเทศไทยเดินถอยหลังแล้ว
อดีตนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรหาทางเจรจากับกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มในประเทศ เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าที่เป็นที่ยอมรับ
“โปรดอย่าได้ระแวงผม ไม่ต้องกลัวหรอกว่าผมจะกลับไปมองหาหนทางแก้แค้น ผมไม่ได้มองหาเงื่อนไขใดๆ ที่จะช่วยตัวผมเอง หากคุณต้องการคืนศักดิ์ศรีให้กับประชาชนไทยก็มาพูดจากัน” อดีตนายกฯ ระบุ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย อยากให้รัฐบาลทบทวนการทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะโลกสมัยนี้ไม่เหมือนในอดีต เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อย่างเช่น เมื่อ 2 ปีก่อน ใครจะคิดว่าน้ำมันจะตกจาก 100 เหรียญสหรัฐ มาเหลือ 20-30 เหรียญสหรัฐ
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า หากโลกมีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ที่ทำไว้จะล้าสมัยอย่างรวดเร็ว อย่าไปนำกรอบคิดแบบรัฐธรรมนูญที่ย้อนยุคมาใช้กับการวางยุทธศาสตร์ชาติ จะยิ่งทำให้ประเทศเสียหายและถอยหลังไปกว่านี้ ควรจะปล่อยให้คนรุ่นใหม่และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำยุทธศาสตร์ชาติจะดีกว่า
“นักวิชาการหลายท่านถึงกับบอกว่าผลกระทบจากการปฏิวัติรัฐประหารอาจจะทำให้ประเทศล้าหลังไปอีกถึง 10 ปี และถ้าปฏิวัติรัฐประหารแล้วทำยุทธศาสตร์ให้ประเทศพัฒนาได้ ป่านนี้ประเทศไทยเจริญไปเป็นประเทศพัฒนาแล้ว” นายอนุสรณ์ กล่าว
ขณะที่ผลการสำรวจความเห็นของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ลงในร่างรัฐธรรมนูญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 90% เห็นด้วย รองลงมา 6.24% ไม่เห็นด้วย และ 3.6% ไม่ระบุ
สำหรับหัวข้อที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่ รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและต้องส่งเสริมสนับสนุนให้มีการรวมตัวกันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 93.68% เห็นด้วย รองลงมา 5.36% ไม่เห็นด้วย และ 0.96% ไม่แน่ใจ







