posttoday
มีไว้ทำไม

มีไว้ทำไม

21 กุมภาพันธ์ 2559

ผมคิดว่าคำถามที่สร้างเสียงฮือฮาได้มากที่สุดตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือคำถามที่ลงท้ายด้วยว่า “มีไว้ทำไม”

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

ผมคิดว่าคำถามที่สร้างเสียงฮือฮาได้มากที่สุดตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือคำถามที่ลงท้ายด้วยว่า “มีไว้ทำไม”

คำถามนี้เริ่มต้นจากบทความของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ชื่อ “ทหารมีไว้ทำไม” ในมติชน ซึ่งก็เป็นบทความที่อ่านสนุกชิ้นหนึ่ง เนื่องจากอาจารย์เล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงบทบาทของกองทัพทั่วโลกอย่างละเอียด โดยเฉพาะในยุคที่ “สงคราม” มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลงเรื่อยๆ ความจำเป็นของทหารก็ถูกลดทอนลง “มีทหารไว้ทำไม” จึงเป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามมากขึ้น

น่าเสียดายที่ถูกบิดเบือนไปเป็นประเด็นการเมือง เรื่องการอวดอ้างบุญคุณ รวมถึงเรื่องการโจมตีกันไปมาสารพัด ทั้งที่ในบทความไม่ได้พูดถึงความสำคัญของทหารไทยเพียงอย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้ไปดูหมิ่นดูแคลนอะไรใครด้วย

อันที่จริงคำถามว่า “มีไว้ทำไม” นี่น่าสนใจมากนะครับ เพราะแน่นอน คำถามนี้ได้จัดระบบคิดเพื่อตอบคำถามถึงความจำเป็น ความสำคัญ และถ้าหากสร้างวิธีหาคำตอบอย่างจริงจัง เราก็จะได้รู้ว่า สิ่งต่างๆ ล้วนเกิดขึ้น มีที่มา มีวิวัฒนาการ และจะยังคงอยู่ต่อไปได้อย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น หลายคนอาจจะถามว่า มี “ไดโนเสาร์” ไว้ทำไม เราก็จะพบคำตอบว่า ไดโนเสาร์มีขึ้นเพราะการวิวัฒนาการของสัตว์เลื้อยคลานจำพวกก่อนหน้านั้น ก่อนจะแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และผ่านยุคทองที่มีแต่ไดโนเสาร์เต็มไปหมด

คำตอบก็คือ ไดโนเสาร์ เป็นผลผลิตจากการวิวัฒนาการของสัตว์ก่อนหน้านั้น ก่อนดำรงอยู่เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศวิทยา

แต่ความไม่สมบูรณ์ของวิวัฒนาการ ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวใหญ่เทอะทะเกินไป กินเยอะเกินไป รวมถึงไม่อาจอยู่รอดกับเหตุการณ์ อย่างภูเขาไฟระเบิด หรืออุกกาบาตชนโลกได้ ในที่สุด ไดโนเสาร์ ก็สูญพันธุ์ ตั้งแต่ 65 ล้านปีที่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ การตั้งคำถามว่า “มีไว้ทำไม” ได้ทำให้เราเห็นว่า หากไม่มีไดโนเสาร์มาก่อน ก็อาจไม่มีเผ่าพันธุ์มนุษย์ในวันนี้ เพราะวิวัฒนาการอาจเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ที่รูปร่างหน้าตาอาจไม่ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์เลย

อย่างไรก็ตาม ในวันหนึ่ง เมื่อไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เราก็ไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องมีไดโนเสาร์ไว้ทำไม?

หรืออีกคำถามหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาถามในช่วงวิวาทะระหว่าง ทหาร-นักศึกษาที่ทำขบวนล้อการเมืองก็คือ การถามกลับว่า “นักศึกษามีไว้ทำไม”

หากไม่มองในลักษณะหยามเหยียด หรือตั้งท่าดูถูกกัน ผมก็คิดว่า หากตั้งใจหาคำตอบกันจริงๆ นี่คือคำถามที่สำคัญมาก

ถ้าหาคำตอบกันจริงๆ นักศึกษาเองก็ไม่ได้มีความจำเป็นเท่าไร ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งระบบการผลิตเราไม่ต้องการนักศึกษาด้วยซ้ำ แค่ผลิตบ่าวไพร่ หรือเกณฑ์ทหารเข้าไปเยอะๆ เพื่อไปรบก็อาจเพียงพอ หรือในยุคต่อมา นักศึกษาก็ไม่จำเป็นเท่าพ่อค้า เพราะระบบตลาดไม่ได้ต้องการ “สติปัญญา” เท่ากับความสามารถในการค้าขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้า

แต่การแข่งขันที่มากขึ้น การรุกคืบของระบบทุนข้ามชาติ รวมถึงระบบโลก ก็ทำให้ไทยต้องผลิตนักศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องการ “มันสมอง” ที่มากขึ้น

การสร้างมันสมองจึงต้องเริ่มจากการกล้าคิด กล้าตั้งคำถาม รวมถึงทดลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเมื่อประกอบกันเข้าก็ทำให้ “นักศึกษา” แตกต่างจาก “นักเรียน” ในสาขาวิชาที่ตอบโจทย์กับตลาดแรงงาน-ตลาดอุตสาหกรรม แตกต่างจากระบบวิชาสามัญที่เรียกกันมา 10 กว่าปี ที่เน้นท่องจำมากกว่าจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

การเรียนการสอนในรั้วมหาวิทยาลัย จึงต้องเพิ่มทักษะในการคิดคำถาม รวมถึงต้องเปิดพื้นที่ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มากกว่าที่จะจำกัดให้แสดงออกภายใต้กรอบเดิม ว่าคิดอะไรได้ หรือคิดอะไรไม่ได้

เมื่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศต้องการจีดีพีที่สวยหรูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเมื่อธุรกิจบริการ-อุตสาหกรรมข้ามชาติมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักศึกษาที่มีคุณภาพจึงจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

ด้วยเหตุนี้นักศึกษาไทยจึงมีความสำคัญ และตอบโจทย์ที่ว่า “มีไว้ทำไม” ได้ชัดเจน

กลับกันเสียอีก มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกดูแคลนว่าไม่จำเป็นต่อโลกสมัยใหม่ แต่ก็ไม่อาจบอกว่า “ไม่จำเป็น” ได้ เพราะการให้ค่าของความจำเป็นในมนุษย์แต่ละคนอาจไม่เท่ากัน

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องให้คำถามว่า “มีไว้ทำไม” สร้างกระบวนการหาคำตอบ หาความจำเป็น อย่างเป็นเหตุเป็นผล

เพราะสิ่งหนึ่งอาจจำเป็นในวันหนึ่ง ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ สิ่งเดิมอาจไม่จำเป็นอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้ คำถามว่า “มีไว้ทำไม” จึงต้องถูกตั้งขึ้นไว้เสมอ เพื่อสร้างกระบวนการหาคำตอบที่เหมาะสม และเพื่อจะได้เลิกใช้อารมณ์ชี้นำ

หากยังตั้งคำถามต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่า “มีไว้ทำไม” ไม่ได้ แล้วเอาแต่ลำเลิกบุญคุณกันอย่างเดียว นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว ประเทศนี้ก็ยังอยู่ในยุคมืดมน และก็คงจะใช้ “อารมณ์” มากกว่าเหตุผล อย่างที่เป็นมาตลอดต่อไปเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก