posttoday
ความมั่นคงกับร่างธรรมนูญ 2559

ความมั่นคงกับร่างธรรมนูญ 2559

18 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ภุมรัตน์  ทักษาดิพงษ์      

โดย...ภุมรัตน์  ทักษาดิพงษ์      

เมื่อบุคลากรหลายคนที่ทำงานด้านความมั่นคง ถามผู้เขียนว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีการระบุในเรื่องความมั่นคงของชาติไว้ที่ส่วนใดบ้าง มีสาระสำคัญอย่างใด เปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง พอจะประกันได้ไหมว่า  ประเทศได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

มาตราที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงโดยตรง คือ หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  มาตรา 48  มาตรา 49  หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  มาตรา 60  และได้แทรกไว้ในมาตรา 157 และมาตรา 263

หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 48  รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ รัฐพึงจัดให้มีการทหารการทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสม

มาตรา 49 รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนในหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 61 ระบุว่า “รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาของประเทศและเป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว 

การกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมายการจัดทำและสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นไปตามหลักเกณท์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงด้วย 

ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้”

นอกจากนั้น ใน มาตรา 157 ได้มีข้อความเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ไว้ดังนี้ “คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ...”  และในบทเฉพาะกาล มาตรา 263 ระบุให้ “คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายตามมาตรา 61 วรรคสอง ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้  และดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติตามมาตรา 61  ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้”  

มาตราข้างต้นนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติโดยตรงมีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งยากที่ใครจะคัดค้านได้  โดยเฉพาะมาตรา 48 และ 49  ซึ่งกำหนดให้เป็น “หน้าที่ของรัฐ ซึ่งรัฐ “ต้องทำ” ไม่ว่าจะเป็นการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขต ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้วในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 โดยมีความหมายในตัวเองซึ่งไม่ต้องอธิบายอีก 

แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนคำว่า เขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย ยกตัวอย่างเช่น การรักษาผลประโยชน์ชาติในเขตเศรษฐกิจจำเพาะในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งมีทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งบางแห่งเป็นกรณีพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ ไม่ใช่แอบไปตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับต่างชาติเพื่อประโยชน์ของตนและพรรคพวก

สิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำคัญจนต้องระบุลงไป และเป็นสิ่งที่รัฐต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ นั่นก็คือ การพิทักษ์รักษา เพิ่มพูนซึ่ง “ผลประโยชน์ของชาติ” อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของประเทศ ที่ทำให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัยและพัฒนา “ความมั่นคงของชาติ” ให้ประเทศปลอดจากภัยคุกคามทางการทหารการกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศพัฒนาก้าวหน้าไปได้ตามความมุ่งหมาย

สำคัญที่สุดคือการใส่คำว่า “เกียรติภูมิของชาติ” ลงไปเพราะคนไทยปัจจุบันไม่ค่อยคิดถึงเรื่องเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของชาติ ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวัฒนธรรม ภาษาเป็นของตนเอง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต้องแสวงหาวัฒนธรรม จับโน่นมาผสมนี่เพื่อให้เป็นวัฒนธรรมของชาติ เราต้องช่วยกันกระตุ้นให้คนไทย โดยเฉพาะนักการเมืองและผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของเกียรติภูมิของชาติ ศักดิ์ศรีของชาติด้วย แม้ดูเหมือนจะเป็นนามธรรม แต่ก็มีความหมายอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของชาติและความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ 

การที่จะบรรลุหน้าที่ดังกล่าว รัฐจำเป็นต้องมีเครื่องมือสำคัญคือ การมีกองทัพเข้มแข็ง มีกำลังพลที่มีคุณภาพผ่านการฝึกมาอย่างดี มีอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะป้องกันประเทศ ในยามสันติกองทัพก็ทำหน้าที่พัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต นอกจากมีกองทัพที่เข้มแข็งแล้ว ประเทศชาติต้องมีการต่างประเทศและการทูต ที่สามารถต่อรอง ปกป้อง  เพิ่มพูนผลประโยชน์ของชาติ และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพที่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย 

การที่ระบุว่า “ทั้งนี้ตามความเหมาะสม” หมายถึงการพัฒนาศักยภาพดังกล่าวข้างต้นให้เป็นไปตามศักยภาพ ความสามารถด้านงบประมาณที่มีอยู่ และสอดคล้องกับภัยคุกคามและสิ่งท้าทายที่เกิดขึ้น โดยจัดเรียงลำดับความสำคัญ เพราะประเทศไม่มีงบประมาณมากพอที่จะพัฒนาทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน

การพัฒนาประเทศและการป้องกันประเทศต้องไม่เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง สะเปะสะปะ ดังที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ ท่านได้สั่งให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีข้างหน้า  ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติไว้แล้วในมาตรา 61 เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาและเป็นกรอบในการจัดทำแผนโดยรายละเอียดให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ ได้มีการจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติไว้แล้ว และคาดว่าจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติหลังจากที่รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 1 ปีนับจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้

ในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากมีระบุไว้ในมาตราหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง ยังมีการแทรกไว้ในมาตราอื่นๆ ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ การสร้างกลไกต่างๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ก่อน 22  พ.ค. 2557 หากบ้านเมืองมาถึงจุดวิกฤตที่สุดที่บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้ จะมีกลไกอะไรที่จะแก้ไขได้ เรื่องนี้ กรธ. และ สนช. รวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้เสนอทางออกไว้แล้ว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69