posttoday
การบริหารจัดการปัญหามาบตาพุด

การบริหารจัดการปัญหามาบตาพุด

29 กรกฎาคม 2553

...อรุณ จิรชวาลา

ปัญหามาบตาพุดที่ดูเหมือนใกล้จะได้ข้อยุติกลับคลุมเครือขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำบัญชีรายชื่อ 18 กิจการที่อาจมีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนไปทบทวน

เรื่องนี้อาจจะไม่เป็นข่าวพาดหัวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์หัวสีทั้งหลาย เพราะน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจยากสักเล็กน้อยสำหรับชาวบ้านทั่วไป แต่ในแวดวงเศรษฐกิจเสียงตำหนิติติงเซ็งแซ่ไปหมด

ผมลองสอบถามความเห็นของคนหลายสิบรายไม่พบคำสรรเสริญเยินยอจากปากใครแม้แต่รายเดียวแค่เห็นอกเห็นใจก็ยังหายาก

ฝ่ายที่ไม่ชอบรัฐบาลอยู่แล้วด่ากันขรม บางรายใช้ถ้อยคำรุนแรงแม้แต่ฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างรัฐบาลมาตลอดก็บ่นอุบกันถ้วนหน้าด้วยความขัดอกขัดใจ ส่วนชาวต่างชาติไม่ต้องพูดถึงต่างแสดงความผิดหวังด้วยกันทั้งสิ้น

ผมขอลำดับเรื่องราวย้อนกลับไป เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นนะครับ

หนึ่ง ปลายเดือน ก.ย. 2552 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ระงับโครงการลงทุน 76 โครงการมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาท นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์ซึ่งก็ทำให้เกิดภาพชัดเจนว่ารัฐบาลกับกลุ่มทุนยืนอยู่ข้างเดียวกันฝ่ายหนึ่งกับชุมชนมาบตาพุดอีกฝ่ายหนึ่ง ในขณะนั้นความรู้สึกของคนทั่วไปดูจะเอนเอียงไปทางกลุ่มทุนมากกว่า

ผมได้ยินหลายคนพูดตำหนิศาลว่าไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจทำให้มีคำตัดสินที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ ผมเองได้แย้งไปว่า เชื่อว่าศาลที่ไหนก็ต้องตัดสินในแนวนี้ทั้งนั้น ในกรณีที่ความผิดไม่ชัดเจนศาลก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย

ในกรณีพิพาทที่ต่างฝ่ายต่างพยายามยกเหตุผลมาหักล้างกัน หากไม่ปรากฏผลแพ้ชนะชัดเจนศาลก็ย่อมต้องเอนเอียงไปทางกลุ่มที่ด้อยโอกาส รวมทั้งคดีแรงงานที่คำพิพากษามักจะดูเหมือนเข้าข้างฝ่ายลูกจ้างมากกว่านายจ้าง เป็นต้น

สอง เดือน พ.ย. 2552 รัฐบาลตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ปัญหามาบตาพุดโดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน 4 ฝ่ายประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชน และภาควิชาการ หรือกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ

สำหรับตำแหน่งประธานมีเสียงวิจารณ์เล็กน้อยในช่วงต้นว่าพื้นฐานของคุณอานันท์มาจากด้านธุรกิจ อย่างไรก็ตามความรู้ ประสบการณ์ และความอาวุโสทำให้ท่านเหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาใหญ่ของชาติในเรื่องนี้

สาม เดือน ธ.ค. 2552 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งอนุญาตให้ 11 โครงการดำเนินการต่อได้ ส่วนอีก 65 โครงการยังคงให้ระงับไว้

สี่ ทุกคนตั้งตารอผลการทำงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ซึ่งมีขอบเขตของงานกว้างขวางครอบคลุมธุรกิจเกือบทุกประเภท มีหน่วยงานราชการและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องมากมาย มีการจัดทำประชาพิจารณ์และจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศเดือน มิ.ย. 2553 หลังจากทุ่มเทให้งานนี้กว่า 7 เดือน คุณอานันท์ก็ออกมาประกาศว่า คณะกรรมการ 4 ฝ่ายได้ทำหน้าที่ครบถ้วนตามที่ได้รับมอบหมายแล้วและได้ส่งรายงานพร้อมข้อเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีเพื่อให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาอนุมัติจะได้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ต่อไป เกือบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก นายกรัฐมนตรีขอเข้าพบคุณอานันท์เพื่อแสดงความขอบคุณ

ห้า ต้นเดือน ก.ค. 2553 ในที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ทส.ได้ร้องขอให้มีการทบทวนข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย อ้างว่าเพื่อให้เกิดความรอบคอบซึ่งที่ประชุมก็มีมติยินยอมตามคำขอ โดยให้เวลา ทส. 2 เดือน หลังการประชุม ทส.ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดหลายหน่วยงานร่วมกันศึกษา ทบทวน และมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าอาจจะต้องรื้อนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

ผมขอให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตลอดจนการบริหารจัดการปัญหามาบตาพุดโดยรวม ดังนี้

ในแง่มุมกฎหมายอำนาจเป็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจึงอาจดูไม่ผิดปกติที่มีมติให้ทบทวนในทางการเมือง การดึงเรื่องออกไปอีก 2 เดือนก็ไม่น่าแปลก บางเรื่องลากไปถูมาเป็นปีโดยไม่มีข้อยุติ ก็มีถมไป

ในด้านเศรษฐกิจ เวลาที่สูญไปอีก 2 เดือนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน แต่อาจมองได้ว่าไม่มากไปกว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว

ที่เสียหายมากกว่าคือผลกระทบที่มีต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน แต่สำหรับด้านการบริหารจัดการ เรื่องนี้ต้องถือว่ารัฐบาลกับตัวนายกรัฐมนตรีสอบตกครับ ที่ว่ารัฐบาลสอบตกเพราะเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมแล้ว จะไปโทษศาลไม่ได้แล้ว แต่เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารล้วนๆ เดินหน้าได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม