
สปท.มีมติส่งความเห็นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้กรธ.
สปท.มติเอกฉันท์ส่งความเห็นให้กรธ.แก้ร่างรธน. "ปานเทพ" เสนอยกหมวดปฏิรูปให้เด่นชัด เพื่อวางหลักปราบทุจริต
สปท.มติเอกฉันท์ส่งความเห็นให้กรธ.แก้ร่างรธน. "ปานเทพ" เสนอยกหมวดปฏิรูปให้เด่นชัด เพื่อวางหลักปราบทุจริต
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเอกฉันท์ 179 เสียงให้ส่งคำอภิปรายของสมาชิกสปท.ที่มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ.ไปให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณา
นอกจากนี้ ยังมีมติ 178 ต่อ 1 เสียงให้คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ของสปท.ทุกคณะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญมาคณะละหนึ่งอนุมาตราว่าจะปฏิรูปประเทศในเรื่องใดบ้าง และส่งมาให้กับคณะกมธ.วิสามัญกิจการสปท. (วิปสปท.) พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ จากนั้นจะส่งมอบให้กับคณะกรธ.ไปดำเนินการนำไปบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายมาตรา269ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวว่า หลักการเนื้อหาส่วนใหญ่ในร่างรัฐธรรมนูญมีความเหมาะสมแล้ว แต่ใน หมวด4 หน้าที่ปวงชนชาวไทยกำหนดให้เป็นหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือกับการทุจริต ควรเพิ่มเนื้อหาว่ามีหน้าที่ต่อต้าน รวมถึงให้ข้อมูลเบาะแส เฝ้าระวังเรื่องการทุจริตด้วย หมวดที่เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ ที่กำหนดให้รัฐ "พึง" ปฏิบัติ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ควรย้ายมาอยู่ในหมวดหน้าที่เลยที่ "ต้อง" ทำ นอกจากนี้ควรกำหนดหลักการการปราบปรามทุจริตที่มีประสิทธิภาพ คือ
1.กำหนดให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องในคดีทุจริตได้
2.กำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยผลการจัดซื้อจัดจ้างและการเงินการคลังให้ประชาชนรับทราบ
3. กำหนดให้ผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง ผู้สมัครเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองต้องแสดงแบบรายการภาษียอนหลัง3 ปี หากฝ่าฝืนหรือแสดงเท็จให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง
4.กำหนดไม่ให้คุ้มครองสมาชิกรัฐสภาในสมัยประชุมสามัญกรณีทุจริตต่อหน้าที่
5. กำหนดให้ฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมาธิการสามัญตรวจสอบการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ
6.กำหนดห้ามข้าราชการ อัยการ ต้องไม่เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ และ ที่ปรึกษาด้านการเมือง
7. กำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระ เช่นคณะกรรมการปปช. ต้องรับหรือ เคยรับราชการระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า3 ปี เพราะกำหนด5 ปีนั้นยาวนานเกินไป
8. กำหนดการจัดซื้อจัดจ้างเป็นหน้าที่ข้าราชการฝ่ายประจำ นอกจากนี้ตนยังเห็นด้วยกับสมาชิกที่ควรยกหมวดการปฏิรูปประเทศเพื่อให้เห็นชัดในเรื่องการปราบปรามป้องกันการทุจริต เพราะอาศัยรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่อาจลดน้อยลงได้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับภาคประชาชน







