posttoday

"ประยุทธ์" สอบตกปฏิรูปพลังงาน ปูด "บิ๊ก คสช." ถลุง 9,000 ล้าน

08 กุมภาพันธ์ 2559

"ตอนนี้เกิดกระแสข่าวจากภายในกองทุนอนุรักษ์พลังงานเองว่ามี บิ๊ก คสช.บางคนเข้าไปใช้งบประมาณกว่า 9,000 ล้านบาท ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จริงเท็จประการใดทาง คสช.ต้องเข้าไปตรวจสอบเหมือนกับที่ คสช.ตรวจสอบ สสส."

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ตลอดระยะเวลาการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประเด็นการ “ปฏิรูปพลังงาน” ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงบ่อยครั้ง

ทว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า และดูเหมือนว่าจะไม่มีอนาคต

รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และหนึ่งในกลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทย ประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่า คสช.สอบตก

“นับตั้งแต่ คสช.เข้ามา ไม่มีการปฏิรูปพลังงานด้านใดเลย” รสนา สรุปความชัด

ในฐานะที่ติดตามประเด็นพลังงานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคแปรรูปรัฐวิสาหกิจ “รสนา” บอกว่า หัวใจของการปฏิรูปพลังงานคือ “ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ” โดยปล่อยลอยตัวราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างเสรี

“ไม่ใช่มาใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ อุ้มกลุ่มทุนพลังงานเหมือนทุกวันนี้ นโยบายประชารัฐน่าจะเป็นธนารัฐ คือรัฐที่อุ้มกลุ่มทุนเสียมากกว่า” อดีต สปช.รายนี้ ระบุ

รสนา อธิบายว่า รัฐบาลเก็บเงินภาษีสรรพสามิตได้สูงสุด 7 บาท ตอนนี้เก็บอยู่ที่ 5.60 บาท แต่กลับไปเก็บเงินเข้าไปในกองทุนน้ำมันฯ สูงถึงลิตรละ 6.75 บาท สูงกว่าภาษีสรรพสามิตเสียอีก ขณะที่ต้นทุนราคาน้ำมันอยู่เพียง 12 บาทกว่าๆ/ลิตร

มากไปกว่านั้นคือ ในขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง รัฐบาลกลับประกาศว่าจะไม่ลดราคาน้ำมัน และให้เก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มอีก 40 สตางค์ คำถามคือเหตุใดยังเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ อยู่ และทำไมไม่นำเงินเข้าภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดินประชาชนทุกคนได้ประโยชน์

สำหรับสาเหตุของการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ คือการอุ้ม อี85 หรือ อี20 ด้วยการชดเชยราคาพลังงานเอทานอล ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงการนี้ริเริ่มเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริต้องการให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันราคาถูกลง จึงริเริ่มโครงการเอทานอล แต่เวลานี้ผ่านมา 15 ปี น้ำมันจากเอทานอลยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ

“ราคาน้ำมัน 95 เนื้อแท้จริงๆ ณ ขณะนี้อยู่ที่ 12 บาท/ลิตร แต่น้ำมัน อี85 ราคา 20 บาท/ลิตร เพราะต้องไปเติมเอทานอลที่มีต้นทุนลิตรละ 23 บาท จึงทำให้ราคาแพงกว่าน้ำมันปกติ ตรงนี้ก็เอาเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปอุดหนุนเพื่อให้ราคาถูกลง และโครงสร้างการผลิตเอทานอลทั้งระบบถูกผูกขาดโดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่ผูกขาดจากการรับซื้อเอทานอล” รสนา กล่าว

เธอกล่าวต่อไปว่า การปฏิรูปพลังงานดูเหมือนจะมืดมนเข้าไปอีก เพราะขณะนี้รัฐบาลกำลังร่างกฎหมายกองทุนน้ำมันฯ ขึ้นใหม่ หลักการเดิมเป็นการนำเงินกองทุนมาชดเชยราคาพลังงานข้ามสายพันธุ์เท่านั้น แต่ในอนาคตจะนำเงินกองทุนน้ำมันฯ มาลงทุนจัดตั้งคลังก๊าซและคลังน้ำมัน เพื่อเป็นการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ชาติ

คำถามคือ แล้วเหตุใดรัฐบาลจะนำเงินของประชาชนไปสำรองพลังงานแทนบริษัทเอกชนด้วย ดังนั้นแนวคิดนี้ต้องย้อนถามถึงหลักการให้สัมปทานรอบใหม่หลุมก๊าซรอบที่ 21 และอยากเรียกร้องให้เปลี่ยนระบบการให้สัมปทานเป็นการแบ่งปันผลผลิต หรือแบ่งปันน้ำมันและก๊าซแทนการแบ่งปันเป็นเงิน

อีกประเด็นที่ “รสนา” ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล คสช. คือนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งเข้าข่ายเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะการตรวจสอบหน่วยงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 4.2 หมื่นล้านบาท เพราะมีเงินกว่า 1.69 หมื่นล้านบาทหายไปจากบัญชี

“ตอนนี้เกิดกระแสข่าวจากภายในกองทุนอนุรักษ์พลังงานเองว่ามี บิ๊ก คสช.บางคนเข้าไปใช้งบประมาณกว่า 9,000 ล้านบาท ของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จริงเท็จประการใดทาง คสช.ต้องเข้าไปตรวจสอบเหมือนกับที่ คสช.ตรวจสอบสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)”

“ถามว่าเหตุใดรัฐบาล คสช.ไม่ตรวจสอบการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งๆ ที่ 2 กองทุนนี้เก็บเงินโดยตรงจากกระเป๋าประชาชนรวมแล้ว 8 หมื่นล้านบาท ทำแบบนี้ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติใช่หรือไม่” รสนา ตั้งคำถาม

รสนา ปิดท้ายว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจต้องเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ หรือถ้าจะเก็บต้องอยู่ในรูปแบบภาษีสรรพสามิต เพราะอย่างน้อยเมื่อเข้าระบบภาษีย่อมไปเป็นงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่เอาไปเป็นกำไรให้กับบริษัทเอกชนไม่กี่ราย

“นี่หรือคือการใช้เงินตามวัตถุประสงค์” อดีต สปช.รายนี้ ตั้งคำถามกับ คสช.
 

ข่าวล่าสุด

หมดปัญหาลูกดู Short ทั้งวัน YouTube เพิ่มฟีเจอร์กำหนดเวลารับชม