
องอาจเสนอแก้ร่างรธน.มาตรา232ป้องกันการเมืองแทรกป.ป.ช.
รองหัวหน้าประชาธิปัตย์แนะปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 232 ป้องกันการเมืองแทรกป.ป.ช. ร้องคสช.เปิดกว้างวิจารณ์ร่างรธน.
รองหัวหน้าประชาธิปัตย์แนะปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 232 ป้องกันการเมืองแทรกป.ป.ช. ร้องคสช.เปิดกว้างวิจารณ์ร่างรธน.
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า ขอเรียกร้องไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลให้เปิดกว้างให้มีการวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการลงประชามติ เพราะจะทำให้เห็นทัศนคติมุมมองทั้งจุดเด่นและจุดด้อยมาปรับปรุง รวมทั้งเห็นว่า คสช. และรัฐบาลควรปูทางสร้างสรรค์บรรยากาศประชาธิปไตยรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดกลางปีหน้า
นอกจากนี้เห็นว่า ควรมีการปรับแก้มาตรา 232ของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้บัญญัติให้ ส.ว. ส.ส. หรือสมาชิกของทั้ง 2 สภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภา หรือ ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหา กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ใดกระทำการตามมาตรา 230 (1) คือพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจใช้ หน้าที่ และ อำนาจ ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือ ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา พร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร เมื่อประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐภาดำเนินการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือประธานศาลฎีกาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
"เรื่องนี้เห็นว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญควร ควรปรับแก้ประเด็นนี้ คือ ไม่ควรให้ประธานรัฐสภามีหน้าที่พิจารณาเพียงคนเดียว ควรให้มีการพิจารณาแบบเป็นองค์คณะ จากภาคส่วนต่างๆที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีความเหมะสม เพราะถ้าให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเพียงคนเดียวอาจมีการวิ่งเต้น ให้ประธานรัฐสภาพิจารณาว่ากรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาไม่มีหลักฐานเพียงพอเสียแต่ต้น เพราะฉะนั้นการให้คนคนเดียวทำหน้าที่พิจารณาความผิดตามข้อกล่าวหาจึงไม่น่าจะถูกต้อง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญควรปรับแก้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น"นายองอาจกล่าว







