posttoday

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (33)

07 กุมภาพันธ์ 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้การสนับสนุนการพัฒนาห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้การสนับสนุนการพัฒนาห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ห้องสมุดเป็นแหล่งค้นคว้าความรู้ต่างๆ แก่นักเรียนและครู ทรงมีพระราชดำริว่า

“...ห้องสมุดเป็นที่เก็บหนังสือและสื่อความรู้ต่างๆ ถือได้ว่าเป็นศูนย์สารสนเทศและเป็นสมองของโรงเรียน นักเรียนทุกชั้นเรียนใช้กิจกรรมห้องสมุดประกอบการเรียน และเพื่อความบันเทิง ครูใช้เตรียมการสอนเพื่อค้นคว้าหาความรู้ทั่วๆ ไป และความบันเทิง ศิษย์เก่า และประชาชนก็มาใช้ได้ ครูนักเรียนฝึกเป็นบรรณารักษ์ จัดหนังสือเป็นหมวดหมู่ จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เด็กส่งเสียงตามสายเผยแพร่ข่าวอ่านหนังสือให้น้องๆ ฟัง มีการประกวดห้องสมุดดีเด่นให้รางวัลเป็นกำลังใจ บางโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ ใช้คอมพิวเตอร์ บันทึกทะเบียนหนังสือเปิด CAI คือ แผ่นซีดีที่ใช้ประกอบการสอนวิชาการต่างๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ วิชาเหล่านี้หาครูชำนาญได้ยาก ทั้งครูและนักเรียนจะศึกษาได้จากสื่อ และการสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต...”

พระองค์จึงทรงสนับสนุนให้มีการจัดห้องสมุดในโรงเรียน รวมถึงสนับสนุนการจัดทำห้องสมุดชุมชน ให้นักเรียนและประชาชนใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ เช่น ห้องสมุดในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ห้องสมุดโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (33)

 

โดยโรงเรียนต่างๆ ได้จัดห้องสมุดสำหรับสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนรักการอ่าน อ่านหนังสือในเวลาว่าง ใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และเป็นแหล่งศึกษาสำหรับครูและนักเรียน เช่นเดียวกับห้องสมุดโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการห้องสมุด และพระราชทานหนังสือแก่ห้องสมุดเป็นจำนวนมากโดยสม่ำเสมอ หนังสือที่พระราชทานมานั้นมีหลายประเภทด้วยกัน ทั้งที่เป็นหนังสือสำหรับเด็กและหนังสือค้นคว้าอ้างอิงสำหรับครู ทั้งนี้ ทรงพระเมตตาคัดเลือกหนังสือต่างๆ พระราชทานด้วย

นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงปรารถนาที่จะเห็นพสกนิกรของพระองค์รักการอ่านหนังสือ ทรงเห็นว่า หนังสือเป็นที่มาของแหล่งความรู้วิทยาการทุกด้าน ทุกคนสามารถแสวงหาได้ง่ายและประหยัด ดังในพระราชนิพนธ์เรื่อง “ห้องสมุดในทัศนะของข้าพเจ้า”
ได้ทรงกล่าวว่า

“...ข้าพเจ้าอยากให้เรามีห้องสมุดที่ดี มีหนังสือครบทุกประเภทสำหรับประชาชน หนังสือที่ข้าพเจ้าคิดว่าสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือหนังสือสำหรับเด็ก วัยเด็กเป็นวัยเรียนรู้ เด็กๆ ส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องราวต่างๆ แปลกๆ ใหม่ๆ อยู่แล้ว ถ้าเรามีหนังสือที่มีคุณค่าทั้งเนื้อหาและรูปภาพให้เขาอ่าน ให้ความรู้และความบันเทิง เด็กๆ จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ ที่รอบรู้ มีธรรมะประจำใจ มีความรักบ้านเมือง มีความต้องการปรารถนาจะทำแต่ประโยชน์ที่สมควร...”

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (33)

 

เพื่อสนองพระราชปณิธานดังกล่าว กรมการศึกษานอกโรงเรียนในฐานะที่รับผิดชอบในการจัดตั้งและพัฒนาห้องสมุดประชาชนจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ จึงได้ออกแบบและจัดห้องสมุดตามแนวพระราชดำริ โดยได้จัดโครงการห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ขึ้นในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 3 รอบ ในปี 2534 และเป็นปีสากลแห่งการรู้หนังสือ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั้งในเมืองและในชนบท นับเป็นห้องสมุดที่ทันสมัยและมีหนังสือและสื่อนานาประเภท และโดยเฉพาะที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน โดยพระองค์ได้พระราชทานหนังสือที่มีคุณค่าให้แก่ห้องสมุดแต่ละแห่งเสมอ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงส่งเสริมและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู ดังทรงเล่าไว้ในพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เกี่ยวกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ความตอนหนึ่งว่า

“...ไปเห็นโรงเรียนหลายแห่งยังขาดแคลนในเรื่องของบุคลากร ไม่สามารถที่จะจัดบุคลากรไปได้มาก สื่อเหล่านี้ก็จะช่วยได้มากเหมือนกัน ก็ไม่ได้มุ่งเฉพาะแต่ว่านักเรียนในโรงเรียนเท่านั้น ศิษย์เก่าหรือชาวบ้านน่าจะมีโอกาสในการได้ใช้สื่อเหล่านี้  คือหนังสือที่พยายามจัดให้มีขึ้นด้วย... สื่อพวกนี้มุ่งให้ครูได้ใช้ด้วย เพราะว่าระบบใหม่ครูต้องใช้ความสามารถในการที่จะถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนในเรื่องใหม่ๆ ก็ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้า จะเอาเฉพาะที่ตนเองเรียนอยู่ เรียนจบมาแล้ว และสอนอยู่ หยุดอยู่แค่นี้ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็ต้องทำสื่อให้ครูสามารถที่จะค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมไปได้อีก…”

นอกจากจะทรงสนับสนุนการพัฒนาห้องสมุดในโรงเรียน และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังทรงรับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ ไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2519 หลายโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ ได้เสด็จเยี่ยมและทรงดูงานห้องสมุดชั้นนำหลายแห่ง ซึ่งได้พระราชทานข้อแนะนำแก่สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย และบรรณารักษ์ไทยในการนำความรู้ไปพัฒนาห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดประชาชนรวมทั้งห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ที่เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนในการพัฒนาการรู้หนังสือ นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินเป็นเจ้าภาพการประชุมสมาพันธ์สมาคมห้องสมุดฯ นานาชาติ (IFLA) และมีพระราชดำรัสเปิดการประชุม IFLA ครั้งที่ 65 ที่กรุงเทพมหานครในปี 1999 ซึ่งตรงกับปี 2542 ด้วย

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง