posttoday

แย้มระเบียบประชามติ เปิดเวทีชี้ชะตารัฐธรรมนูญ

06 กุมภาพันธ์ 2559

หลังจาก “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยรัฐธรรมนูญร่างแรกออกมาสู่สายตาสาธารณะ

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

หลังจาก “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยรัฐธรรมนูญร่างแรกออกมาสู่สายตาสาธารณะ ซึ่งทิศทางต่อจากนี้ คือ “การทำประชามติ” ในเดือน ก.ค. 2560 เพื่อสอบถามความเห็นประชาชนว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

แน่นอนว่าหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดทำหลักเกณฑ์ รวมถึงวิธีการลงประชามติ แต่ก่อนไปถึงจุดนั้นได้ กกต.ต้องเปิดให้ฝ่ายเห็นด้วยและเห็นต่างกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้รณรงค์บอกกล่าวประชาชน

สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง อธิบายขั้นตอนการรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นกติกาตามระเบียบออกเสียงประชามติ อยู่ระหว่างให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณา ซึ่งยังไม่มีข้อยุติเรื่องดังกล่าว

อย่างไรก็ดี แนวคิดดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานให้ทุกฝ่ายที่มีความเห็นเหมือนหรือต่างในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีโอกาสแสดงความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน แต่ต้องไม่กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่หวังประโยชน์ในทางการเมือง

ส่วนวิธีการ กกต.จะให้มีการจดแจ้งองค์กรที่ประสงค์รณรงค์การออกเสียงประชามติ ว่าเป็นองค์กรอะไร ประกอบด้วยสมาชิกใครบ้าง อยากจะทำกิจกรรมอะไร และมีแหล่งที่มาของงบประมาณอย่างไรบ้าง เมื่อจดแจ้งองค์กรแล้ว ต้องประกาศตัวเองด้วยว่าองค์กรเห็นด้วยหรือเห็นต่าง

ทั้งนี้ เมื่อจดแจ้งแล้วจะเชิญตัวแทนองค์กรเหล่านี้มาประชุม เพื่อจัดสรรเวลาดีเบตทางโทรทัศน์ ยกตัวอย่าง ถ้ามีการดีเบต 10 ครั้ง ในเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกัน จะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในร่างรัฐธรรมนูญ และองค์กรเหล่านี้ต้องคุยกันว่าจะส่งใครเป็นตัวแทนดีเบตในแต่ละรอบๆ ซึ่งเป็นความเห็นร่วมของสมาชิกในแต่ละองค์กรนั้นๆ

“เราจะให้เวลาอย่างเท่าเทียมกัน โดยจะประสานกับทางฟรีทีวี หรืออะไรก็แล้วแต่ อาจจะเป็นเวลา 20.30 น. หรือ 21.30 น. สัปดาห์ละครั้ง และประกาศต่อสาธารณะ เพื่อแจ้งข่าวให้ประชาชนได้รับรู้ว่า การดีเบตมีกี่ครั้ง ติดตามได้ช่องทางไหนบ้าง”

สมชัย ระบุว่า ทั้งหมดเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันในเชิงความคิดเห็น ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น แต่รายละเอียดในการดำเนินการจะได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทาง สนช.พิจารณาระเบียบที่ กกต.ส่งให้

สำหรับฝ่ายการเมือง ถ้าประสงค์ใช้สื่อรัฐร่วมดีเบตก็ต้องจดแจ้งองค์กร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ แต่ถ้าไม่ต้องการเข้าร่วม สามารถใช้สิทธิส่วนบุคคลในการพูดหรืออภิปราย ให้สัมภาษณ์ออกทีวี หากสื่อต่างๆ เชิญ แต่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง หากกระทำสุ่มเสี่ยงในประเด็นทางการเมือง

ส่วนขณะนี้พรรคการเมืองยังไม่สามารถประชุมเพื่อทำเรื่องดังกล่าวได้นั้น ส่วนตัวไม่มีความเห็น เป็นเรื่องที่ต้องได้รับความเห็นร่วมจาก กกต. และหลักเกณฑ์ที่ทาง กกต.ยื่นให้กับ สนช.พิจารณานั้น ยังไม่มีการคุยรายละเอียด คงใช้เวลากว่าที่กระบวนการจะนับหนึ่งในเดือน เม.ย. เพราะต้องมีการปรับแก้อีกหลายอย่าง

“การทำประชามติรอบนี้ จะใช้รัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) ปี 2557 ส่วนความไม่ชัดเจนระหว่างผู้มีสิทธิออกเสียงหรือผู้มาใช้สิทธิ ก็ต้องไปถามรัฐบาล ซึ่งเข้าใจว่าจะมีการนัดหมายในเร็วๆ นี้เพื่อปรึกษาหารือกัน”

ธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต. บอกว่า ตอนนี้ประกาศ กกต.ที่ได้เสนอไปยัง สนช. มีเรื่องกระบวน การเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความเห็น ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งประกาศฉบับนี้จะมีผลต่อเมื่อ สนช.ให้ความเห็นชอบ แต่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน อาจมีการแก้ไข

จะพูดว่าให้กระบวนการเป็นอย่างไร ตอนนี้เร็วไป เพราะตัวประกาศใหญ่ยังไม่ออก แต่ กกต.ได้คิดไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร อาจปรับปรุงบ้าง หรือทาง สนช.ให้ความเห็นอะไรมาบ้าง ดังนั้น ต้องรอความชัดเจนก่อน

“ถ้าบอกว่ากระบวนการเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ความแน่นอนยังไม่เกิด รอให้ประกาศ สนช.ออกมาก่อนในการให้ความเห็นชอบ เพราะยังมีอีกหลายๆ ประเด็น ที่ สนช.มีความสงสัยอยู่ และหลังจากนั้นเมื่อความแน่นอนเกิดแล้ว กระบวนการจัดพิมพ์ ส่งอย่างไรของร่างรัฐธรรมนูญ หรือกระบวนการต่างๆ ในการออกเสียงประชามติ จะใช้อย่างไร ลงคะแนนกี่หน่วย ใช้เครื่องหรือบัตรลงคะแนนด้วย ซึ่งมันมีหลายอย่าง”

แม้กระทั่งคนที่ต้องการใช้ สิทธิลงคะแนนนอกพื้นที่ เหมือนการเลือกตั้งจะทำได้หรือไม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เตรียมการไว้หมดแล้ว แต่รอเห็นความชอบทุกอย่างก็จะเดินไปได้ และยืนยันว่ากระบวนการควบคุมการออกเสียงประชามติครั้งนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) ปี 2557 ส่วนประเด็นการออกเสียงที่ยังเป็นปัญหาว่าจะดำเนินการแบบไหน ซึ่งทาง กกต.ได้ส่งข้อสังเกตไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อขอความชัดเจน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว

ด้าน วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ระบุว่า จะมีการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับการทำประชา มติในสัปดาห์หน้า โดยจะพูดคุยอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวันออกเสียงประชามติ การแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครบ 80% ว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง เรื่องงบประมาณในการจัดทำประชามติ

รวมไปถึงเกณฑ์ในการออกเสียงประชามติว่าจะใช้เสียงข้างมากของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงหรือเสียงข้างมากของจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียง และกรณีหากเกิดการขัดขวางการทำประชามติ หรือไม่ทำให้ประชามติเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ข่าวล่าสุด

ผ่าแผน Smart Transport ไทย เชื่อมฐานข้อมูลดิจิทัล เลิกใช้สำเนา