
กสทช.ต้องรอบคอบ
แนวคิดการเปิดช่องให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาตแก่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยไม่ต้องชำระเงินค่าประมูลงวดที่เหลือในอนาคต นับเป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กสทช.ควรพิจารณาทบทวนให้รอบคอบ เพราะแนวทางดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ และหากดำเนินการอย่างนี้จริง จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการเข้าร่วมกิจการงานของรัฐของเอกชนในอนาคต
แนวคิดการเปิดช่องให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาตแก่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยไม่ต้องชำระเงินค่าประมูลงวดที่เหลือในอนาคต นับเป็นเรื่องที่คณะกรรมการ กสทช.ควรพิจารณาทบทวนให้รอบคอบ เพราะแนวทางดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ และหากดำเนินการอย่างนี้จริง จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการเข้าร่วมกิจการงานของรัฐของเอกชนในอนาคต
แนวคิดดังกล่าวเป็นมติของคณะทำงานแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสำนักงาน กสทช. และตัวแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเหตุผลหลักคือ ผลการดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามคาด ผู้ประกอบการหลายรายต้องแบกต้นทุนที่สูง ขณะที่รายได้ที่ได้กลับคืนมามีน้อย จนหลายรายเริ่มถอดใจไม่อยากทำต่อไป จึงเสนอขอคืนใบอนุญาต โดยเงินประมูลส่วนที่จ่ายไปแล้วให้ตกเป็นรายได้ของรัฐ แต่เงินประมูลที่ยังไม่ได้จ่าย รัฐก็จะไม่เรียกเก็บอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ใบอนุญาตที่คืนมาแล้วก็จะไม่นำกลับไปประมูลใหม่อีก เพื่อลดจำนวนช่องทีวีให้ผู้ประกอบการที่ยังเหลือสามารถอยู่รอดได้
ทั้งนี้ กสทช.จะนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ เพื่อนำเสนอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา
ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยก็เห็นได้ชัดว่า ข้อเสนอของผู้ประกอบการเอกชนที่เข้าร่วมประมูลทีวีนั้นคือ การบอกเลิกสัญญากับรัฐก่อนกำหนด เพราะรับภารกิจไปแล้วทำงานไม่ลุล่วง
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาก็คือ การรับใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ก็คือการทำสัญญากับรัฐในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการประมูลใบอนุญาตมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าแล้ว ผู้ประกอบการทุกรายต่างประเมินความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่างๆ แล้วจึงสมัครใจเข้ามาประมูลโดยไม่มีใครบังคับ เช่นเดียวกับการประกอบธุรกิจประเภทอื่นๆ เมื่อตัดสินใจสู้ราคาจนชนะประมูลแล้ว ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงไว้ด้วยตัวเอง
เมื่อปรากฏว่ากระแสตอบรับของทีวีดิจิทัลไม่เป็นไปตามคาด การเสนอให้เปลี่ยนเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตโดยไม่ต้องชำระเงินประมูลส่วนที่เหลือ เท่ากับเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน และทำให้รัฐเสียประโยชน์อย่างชัดเจน เงินได้ของรัฐที่นำไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ก็จะได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ที่สำคัญที่สุด การกำหนดมาตรการเช่นนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานของการทำสัญญาระหว่างรัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฟากของกิจการโทรคมนาคมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช.เช่นกัน หากในอนาคตมีผู้ประกอบการที่ไม่สามารถแบกรับภาระการจ่ายเงินประมูล ก็อาจใช้บรรทัดฐานนี้ในการอ้างอิงขอคืนใบอนุญาตโดยไม่ชำระเงินประมูลส่วนที่เหลือได้
ดังนั้น คณะกรรมการ กสทช. ต้องพิจารณาในประเด็นนี้อย่างรอบคอบ เพื่อผลประโยชน์ของรัฐ







