posttoday
ดัชนีความเชื่อมั่นหัวทิ่ม หวั่นเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นหัวทิ่ม หวั่นเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว

05 กุมภาพันธ์ 2559

สัญญาณร้ายทางเศรษฐกิจเริ่มโผล่ เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค.ดิ่งลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อยู่ที่ระดับ 75.5 สาเหตุหลักมาจากการที่คนไทยยังกังวลภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ในขณะที่การใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเงินสะพัด 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1%

สัญญาณร้ายทางเศรษฐกิจเริ่มโผล่ เมื่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค.ดิ่งลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อยู่ที่ระดับ 75.5 สาเหตุหลักมาจากการที่คนไทยยังกังวลภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ในขณะที่การใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเงินสะพัด 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1%

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. 2559 อยู่ที่ระดับ 75.5 ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก โดยคาดหวังว่าการฟื้นตัวของการบริโภคจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงกลางไตรมาส 2 ถ้าสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง เป็นทิศทางที่ผิดจากแนวโน้มที่ควรจะเป็น คือ จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจ ปี 2559 อยู่ที่ 3.5-4% แม้หลายหน่วยงานจะปรับลดประมาณการลง โดยเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 1-2 นี้ ที่จะมีโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐเกิดขึ้น

“หากไม่รีบดำเนินการโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีความเป็นไปได้ว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจปรับตัวลดลงอีก เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ภัยแล้ง ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินหายไป 6 หมื่น-1 แสนล้านบาท เพราะทิศทางราคาสินค้าเกษตรตกต่ำบั่นทอนกำลังซื้อในภูมิภาค โดยเฉพาะราคายางพาราในภาคใต้ และเศรษฐกิจโลกผันผวน ส่วนปัจจัยทางการเมือง พบว่า ผู้บริโภคมีความกังวลในระดับที่ต้องมีการจับตาดู แต่ยังไม่ถึงระดับที่จะสร้างผลกระทบใดในขณะนี้” ธนวรรธน์ กล่าว

ขณะที่ วชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือน ม.ค. เท่ากับ 64.4 ลดลงจากเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งอยู่ที่ 65.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานเท่ากับ 70.3 ลดลงจาก 70.9 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเท่ากับ 91.7 ลดลงจาก 92.4

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันฟื้นตัวค่อนข้างล่าช้า ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่มีมากขึ้นในช่วงต้นปี โดยเฉพาะการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวและราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวต่ำ โดยเฉพาะราคายางพาราและข้าว ทำให้กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวไม่มากนัก

ปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่น ได้แก่ การที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าปี 2558 จีดีพีจะขยายตัว 2.8% ซึ่งดีขึ้นจากปีก่อนหน้า จากปัจจัยการใช้จ่ายภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับลิตรละ 19.69 บาท ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2559 ปัจจัยตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.96 จุด มาอยู่ที่ 1,300.98 จุด ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2559

ด้าน อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน ว่า เทศกาลตรุษจีนในปี 2559 คาดว่าคนไทยเชื่อสายจีนจะมีมูลค่าการใช้จ่าย 52,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.1% และเป็นมูลค่าที่สูงสุดในประวัติการณ์ เนื่องจากราคาสินค้าแพงขึ้นโดยเฉพาะราคาส้มเขียวหวานในบางตลาดราคาอยู่ในระดับ 100-120 บาท/กก. และกล้วยหอมทอง (ใหญ่) ราคา 100-140 บาท/หวี เป็นต้น

นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากยังมองว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้นและธุรกิจเริ่มกลับมามีกำไร ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายสูงกว่าปีก่อน แต่หากจำแนกการใช้จ่ายพบว่าประชาชนใช้จ่ายด้านการจ่ายแต๊ะเอีย เฉลี่ย 4,315 บาท/คน ซึ่งมากกว่าปีก่อนเพราะประชาชนและหลายธุรกิจมีรายได้เพิ่ม ซื้อของไหว้เจ้า 3,920 บาท/คน ทำบุญ 1,902 บาท/คน ท่องเที่ยว 11,519 บาท/คน ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนอื่นๆ 7,141 บาท/คน และซื้อสินค้าคงทน 3,838 บาท/คน

ทั้งนี้ การวางแผนไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่า ประชาชน 83.4% มีแผนที่จะไปท่องเที่ยว โดยในต่างประเทศจะเป็นฮ่องกง จีน มาเลเซีย และเกาหลี ส่วนสถานที่ในประเทศ พบว่า ในภาคกลางประชาชนวางแผนที่จะไป จ.พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ระยอง สระบุรี ลพบุรี ราชบุรี ส่วนภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ ชุมพร สงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี เลย ยโสธร ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และตาก ที่เหลือก็จะมีกรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน