คสช.ดันสุดตัว รธน.ต้องผ่าน รอบนี้
สัญญาณชัดเจนว่ารอบนี้คสช.เอาจริงกับการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้ให้ไปถึงปลายทาง ประกาศใช้เป็นกติกาสูงสุดของประเทศ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
สัญญาณชัดเจนว่ารอบนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เอาจริงกับการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้ให้ไปถึงปลายทาง ประกาศใช้เป็นกติกาสูงสุดของประเทศ
ล่าสุด บิ๊กหมู-พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ออกมาขยับเตรียมส่งทหารลงพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ
พุ่งเป้าไปที่ประโยชน์ที่จะได้รับ โดยเฉพาะเป้าหมายการจัดการปัญหาการทุจริต และยังให้ประชาชนรับรู้และฟังเสียงของรัฐบาลว่ามีความตั้งใจในการปฏิรูปประเทศ ควบคู่ไปกับการรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อไม่ให้เสียเวลา
สอดรับกับท่าทีก่อนหน้านี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวในงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบ 58 ปี ว่า ขอให้พวกเราทุกคนไปสร้างความเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะแตกต่างกับฉบับที่แล้ว เพราะมีเรื่องการปฏิรูปทุกอย่างภายในประเทศ
“ผมอยากจะพูดตรงนี้ยาวๆ ในหมู่พี่น้องทหารด้วยกัน เพราะอยากจะคุยกับใครสักคนที่เข้าใจเรา มันเป็นภาระความรับผิดชอบที่กดดันผมทุกวัน เราเลยต้องทำงานหนักเพื่อให้คนเข้าใจ และต้องวางรากฐานทุกอย่าง”
ต่อเนื่องด้วยผุดรายการ “แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่” ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ระหว่างวันที่ 3-15 ก.พ. สองช่วง 08.00 น. และ 18.00 น.
เพิ่มเติมจากรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ที่ปกตินำเสนอผลงานและความคืบหน้าในการทำงานของรัฐบาล โดยรายการใหม่จะพุ่งเป้าไปที่การนำเสนอเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดทำร่างแรกเสร็จเรียบร้อย 15 หมวด 270 มาตรา
เรียกได้ว่าเป็นการเปิดเกมรุกเพื่อนำเสนอ “ข้อดี” ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมทั้งชี้แจงตอบโต้ข้อครหาที่ถูกหลายฝ่ายโจมตีในหลายแง่หลายมุม
ต้องยอมรับว่า หลังจาก มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.นำเสนอร่างแรก เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่หลายมุม จากหลายฝ่ายอย่างรุนแรง
ไล่มาตั้งแต่เรื่องใหญ่อย่าง “สิทธิ” ที่เคยลงรายละเอียดในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิทธิชุมชน หรือสิทธิอื่นๆ แต่หายไปจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนเริ่มออกมาเคลื่อนไหวให้แก้ไข
เรื่องระบบเลือกตั้งที่ทางฝั่งการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังมีจุดอ่อนในรายละเอียด และไม่ตอบโจทย์การเมือง ทั้งระบบเลือกตั้ง สส.แบบบัตรเดียว หรือเลือกตั้ง สว.ที่เลือกอ้อมเลือกไขว้
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ปรากฏ ดูจะมีแต่ “ข้อเสีย” มากกว่า “ข้อดี” หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ต่อไป โอกาสที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่าน “ประชามติ” คงเป็นไปได้ยาก
การเปิดเกมรุกเพื่อนำเสนอจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญ จึงยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า คสช.เอาจริงกับการเข็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปจนถึงสุดทาง มากกว่าจะปล่อยให้ตกไปในขั้นตอนการทำประชามติ และต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่
สอดรับไปกับจุดยืนเรื่องการไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์ คะแนนเสียงประชามติและกระบวนการต่อไปกรณีหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ
ที่ประเมินว่าเป็นการบีบให้ประชาชนลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แทนที่จะต้องไปลุ้นกับเส้นทางข้างหน้าที่ไม่รู้ว่า คสช.จะเลือกเดินไปทางไหน
สาเหตุที่ทำให้ คสช.ต้องเอาจริงกับการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพราะก่อนหน้านี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็ถูกตีตกในชั้นสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาแล้วรอบหนึ่ง
ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีธงมาจากคสช. ตามแผนยื้อขยายเวลาจากกรอบโรดแมปเดิมออกไป หากครั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังต้องมาสะดุดอีกรอบย่อมมีแต่จะตอกย้ำข้อครหาเดิมๆ
แถมยังจะซ้ำเติมความเชื่อมั่นที่มีต่อ คสช. ส่งผลให้เส้นทางการบริหารของรัฐบาล คสช.นับจากนี้ไปจนถึงการเลือกตั้งรอบใหม่เป็นไปด้วยความยากลำบากขึ้น
ยิ่งครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศย้ำชัดเจนว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 2560 แน่นอน ดังนั้นหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีปัญหา ย่อมเพิ่มแรงกดดันที่จะทำให้ทุกอย่างต้องเดินไปตามโรดแมป
โดยเฉพาะขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเป็นกลไกเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง
ไม่ว่าจะเลือกตั้งกรรมการมาร่างใหม่ในเวลาที่ลดน้อยลงกว่าเดิมอย่างมาก หรือการไปเลือกหยิบฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้ หรือปรับแก้ไขจากของเก่าแล้วประกาศใช้ต่อไปนั้น ทุกทางเลือกย่อมเสียหายกับ คสช.ในฐานะผู้รับผิดชอบ มากกว่าการดันให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไปได้
โดยใช้เสียงประชาชนจากประชามติมาการันตีความชอบธรรมซึ่งดีกว่าการใช้อำนาจ คสช.ในการจัดทำ ซึ่งนอกจะไม่ได้รับการยอมรับแล้ว สุดท้ายเสี่ยงที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจเจอมรสุมจนอาการโคม่าได้


