posttoday
การเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 6 บอกอะไรได้บ้าง

การเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 6 บอกอะไรได้บ้าง

28 กรกฎาคม 2553

....จรัส สุวรรณมาลา

การเลือกตั้งซ่อมเขต 6 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2553 ที่เพิ่งผ่านไป วันนี้ท่านผู้อ่านทราบผลการเลือกตั้งกันแล้วว่า คุณพนิช วิกิตเศรษฐ์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 96,481 คะแนน ส่วนคุณก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย นั้น มีคะแนนตามมาเป็นที่สอง ด้วยคะแนน 81,776 คะแนน กกต. รายงานงานว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง หรือมีปัญหาข้อขัดข้องใดๆ

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แม้จะไม่มีผลกระทบอย่างสำคัญต่อการเมืองในรัฐสภา แต่ก็เป็นเครื่องบ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึกทางการเมืองของประชาชนได้ดีพอสมควร ประการแรก การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ความขัดแย้งและความไม่สงบทางการเมืองครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของสังคมไทยมาได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น ฉะนั้น จึงมีการคาดการณ์กันว่า เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในเดือน มี.ค.พ.ค.ที่ผ่านมา จะกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองออกมาลงคะแนนกันมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ยิ่งเมื่อทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายเสื้อแดงต่างก็ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งแข่งกันด้วยแล้ว ก็ยิ่งกระตุ้นให้บรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองร้อนแรง จนแทบจะไม่มีใครนอนหลับทับสิทธิ ไม่มาเลือกตั้งได้ลงเป็นแน่แท้

แต่ข้อเท็จจริงกลับมิได้เป็นตามที่คาดหมาย กลายเป็นว่าจำนวนผู้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งคราวนี้กลับไม่มากอย่างที่คิด ตรงกันข้าม ผู้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกลับลดลงไปกว่าครั้งสุดท้าย (23 ธ.ค. 2553) เสียด้วยซ้ำ

ประการต่อมา มีการคาดการณ์กันว่าการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนในครั้งนี้ อาจถือเอา “อารมณ์” การแบ่งขั้วทางการเมืองมาเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการเลือกตั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองมาได้เพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น

ยิ่งการหาเสียงของผู้สมัครบางคน ก็ใช้สัญลักษณ์การแบ่งขั้วทางการเมือง ประกอบกับการเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจที่ถูกกักขัง ไม่สามารถออกมาหาเสียงได้เต็มที่เป็นกลยุทธ์ในการหาเสียง ก็น่าจะยิ่งทำให้เชื่อว่าประชาชนจะออกมาเทคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครที่เสียเปรียบในการแข่งขันกันมากขึ้น จนถึงกลับสามารถพลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายได้เปรียบในทางการเมืองได้โดยไม่ยาก เพราะในเขตการเลือกตั้งที่ 6 นี้ ไม่เคยมีพรรคใดสามารถผูกขาดคะแนนเสียงได้อย่างเบ็ดเสร็จยาวนาน ทั้งสองพรรคต่างผลัดกันแพ้ชนะ เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันทางการเมืองอย่างเข้มข้นตลอดมา

แต่ผลการลงคะแนนเสียงวันที่ 25 ก.ค. 2553 ที่ผ่านมา กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ปรากฏว่าพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนยังคงแบบแผนคล้ายคลึงกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ได้แกว่งไปตามอารมณ์หรือการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างที่คาดการณ์กันไปแต่อย่างใด แถมผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น และชนะทิ้งห่างคู่แข่งมากกว่าเดิมเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ ดังแสดงในตารางข้างต้น ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ของหลายคน

ถ้าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นเครื่องชี้วัดแนวโน้มทางการเมืองของไทยได้จริงๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงว่าเหตุการณ์บ้านเมืองของเราที่ผ่านมายังไม่ได้ทำลายความเป็นสังคมของคนไทยเราจนถึงขั้นแตกสลายไปเสียทีเดียว เรายังสามารถจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยเรียบร้อยได้โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ถึงแม้การหาเสียงเลือกตั้งจะยังมีบรรยากาศและอารมณ์การแบ่งขั้วติดกระแสเดิมๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยมีผลสำคัญต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน ประชาชนมิได้ถือเอาอารมณ์การแบ่งขั้ว ความขัดแย้งมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง มีวุฒิภาวะทางการเมืองสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้มากทีเดียว

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้น่าจะพอบอกได้ว่า สถานการณ์ทางการเมืองของเราเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันได้มากขึ้น และมีแนวโน้มไปในทางที่ดี รัฐบาลก็น่าจะนำเอาประเด็นนี้ไปพิจารณาการเลิกใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินได้ในเร็ววันนี้ก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี