posttoday
เปิดสาระร่างรธน.ฉบับมีชัย

เปิดสาระร่างรธน.ฉบับมีชัย

29 มกราคม 2559

มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมแถลงสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เตรียมแถลงสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

หมวดรัฐสภา มีเนื้อหาที่น่าสนใจ คือ การเลือกตั้ง สส. กำหนดให้มี สส. 500 คน ประกอบด้วย สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 คน และ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ 150 คน

ในกรณีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ สส.ได้รับการเลือกตั้งถึงร้อยละ 95 ของจำนวน สส.ทั้งหมดแล้ว หากมีความจำเป็นต้องเรียกประชุมรัฐสภา ก็ให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้โดยให้ถือว่าสส.ประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ นอกจากนี้ สส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมี สส.ได้เขตละ 1 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละ 1 คะแนน โดยจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใด หรือลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลเลือกตั้ง เมื่อตรวจสอบผลเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหรือวินิจฉัยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำทุจริตหรือไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ว่าจะได้ประกาศผลเลือกตั้งแล้วหรือไม่ก็ตาม

การกำหนดจำนวนผู้แทนที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ที่ประกาศปีสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวน สส. 350 คน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิก 1 คน จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวน สส. ให้มี สส.จังหวัดนั้นได้ 1 คน

ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต จะต้องเป็นผู้ซึ่งพรรคการเมืองที่ตนมีสมาชิกอยู่ส่งสมัครรับเลือกตั้ง และจะสมัครเกิน 1 เขตไม่ได้ เมื่อสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครจะเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งได้เฉพาะกรณีผู้สมัครตาย หรือขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามก่อนปิดรับสมัครเลือกตั้งเท่านั้น

ในการเลือกตั้งทั่วไปให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อ ซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อต่อคณะกรรมการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัคร และให้กรรมการการเลือกตั้งประกาศให้ประชาชนทราบ พรรคการเมืองไม่เสนอรายชื่อนายกฯก็ได้

ทั้งนี้ การเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวต้องมีหนังสือยินยอมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อโดยละเอียดตามที่ กกต.กำหนด ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี และไม่เคยยินยอมทำหนังสือให้พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้น

พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้วให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้ การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อให้พรรคจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 บัญชี โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละพรรคต้องไม่ซ้ำกัน รวมถึงต้องไม่ซ้ำกับระบบเขต และการจัดทำบัญชีรายชื่อดังกล่าวต้องคำนึงถึงผู้สมัครจากภูมิภาคต่างๆและความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง

ทั้งนี้ การคำนวณ สส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังนี้ นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หารด้วย 500 อันเป็นจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร ให้นำผลลัพธ์ดังกล่าวไปหารจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตทุกเขตจำนวนที่ได้รับให้ถือเป็นจำนวน สส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้

จากนั้นนำจำนวน สส.ที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ลบด้วยจำนวน สส.ระบบแบ่งเขตทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ

ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขตเท่ากับหรือสูงกว่าจำนวน สส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ ก็ให้พรรคการเมืองนั้นมี สส.ตามจำนวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรแบบ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ และให้นำจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้พรรคการเมืองที่มี สส.แบบแบ่งเขตต่ำกว่าจำนวน สส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีตามสัดส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองดังกล่าวมี สส.เกินจำนวนที่จะพึงมี

เมื่อได้จำนวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคแล้ว ให้ผู้สมัครตามลำดับหมายเลขในบัญชีของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง

การนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ การคิดอัตราส่วนและการประกาศผลเลือกตั้งให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

การได้มาซึ่ง สว. กำหนดให้มี สว. 200 คน มาจากการเลือกกันเองของบุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม การให้ สว.มีสัดส่วนที่มาจากกลุ่มต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อให้บุคคลดังกล่าวได้สะท้อนแนวความคิดและในทุกบริบทอย่างรอบด้าน ทั้งการกลั่นกรองกฎหมาย การประนอมทางความคิด ความต้องการเพื่อสร้างความเห็นชอบร่วมกัน

สว.จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 1 วาระไม่ได้ เพื่อให้มีสภาที่สามารถดำเนินงานด้านนิติบัญญัติในช่วงที่ระยะเวลาของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และในขณะเดียวกันเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีแนวความคิดใหม่ๆ ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศที่มีระยะเวลา 5 ปี

คณะรัฐมนตรี กำหนดให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องเลือกมาจากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยพรรคการเมืองจะเสนอชื่อบุคคลที่เป็นนายกฯ ได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่

สำหรับการแต่งตั้งรัฐมนตรีจะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยจะต้องไม่เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อีกทั้งต้องเป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

คณะรัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารประเทศต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันเข้ารับหน้าที่ โดยนโยบายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของรายได้ในการมาดำเนินนโยบาย

ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อื่นๆ ด้วย อาทิ การใช้จ่ายเงินแผ่นดินต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภาในเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของตน

หากเกิดกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ หรือมีการลาออกของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ โดยไม่สามารถเปิดสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ จะให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเท่าที่จำเป็น และให้ปลัดกระทรวงเลือกกันเองว่าจะให้ใครมาทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

ศาล มีความน่าสนใจตรงที่การกำหนดโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยบัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ได้แก่ 1.ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ จำนวน 3 คน 2.ตุลาการในศาลปกครองที่ไม่ต่ำกว่าตุลาการศาลปกครองสูงสุด 2 คน 3.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งระดับศาสตราจารย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี 1 คน 4.ผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์ในระดับศาสตราจารย์ 1 คน และ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า หรือไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุด 2 คน

ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ประกอบด้วย 1.พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย 2.วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสภา วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ 3.หน้าที่และอำนาจอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามตัวอักษร หรือตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ และถ้าไม่มีบทบัญญัติที่จะยกมาปรับแก่กรณีใดได้ ให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถือเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน