
อิหร่านตลาดใหม่ของไทย
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
ผมคิดว่าผมทราบสาเหตุแล้วว่า ทำไมสหรัฐอเมริกาและบรรดาสัมพันธมิตรหลักในยุโรป เช่น อังกฤษ และฝรั่งเศส ถึงยกเลิกการคว่ำบาตรไม่คบค้าสมาคมกับอิหร่านหลังจากที่ได้ใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่ปี 1979 หลังจากการปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้าชาร์ เรซา ปาห์ลาวี และสถาปนาสาธารณรัฐอิสลามขึ้นเป็นผลสำเร็จ
ทีแรกผมคิดว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันซึ่งกำลังจะพ้นจากตำแหน่งไปตามวาระหลังจากที่ได้ครองทำเนียบขาวอยู่ 8 ปี 2 วาระ ตามรัฐธรรมนูญ ต้องการจะสร้างผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนพ้นตำแหน่ง แต่หลังจากที่มีการยกเลิกการคว่ำบาตรแล้ว ข่าวที่ออกมาจากอิหร่านชักทำให้ผมเชื่อว่าสาเหตุหลักที่ทำให้สหรัฐและพันธมิตรต้องยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่ใช่เพราะเชื่อว่าอิหร่านยอมยกเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น แต่ที่ยอมยกเลิกเพราะอยากได้เงินจากอิหร่านมากกว่า
นอกจากการประกาศขายน้ำมันดิบให้กรีซและประเทศอื่นๆ ในยุโรป และพร้อมที่จะขายน้ำมันให้ประเทศในเอเชียรวมกันแล้วประมาณ 5 แสนบาร์เรล/วัน ทันที และภายใน 1 ปี หลังจากนั้นจะขายน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกถึงวันละ 1 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงลงระเนระนาดเหลือเพียงบาร์เรลละ 30 กว่าเหรียญสหรัฐในปัจจุบัน
อย่างน้อยราคาน้ำมันที่ลดลงย่อมลดภาระให้ประเทศในยุโรปอย่างเช่นกรีซซึ่งกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะซื้อน้ำมันได้ถูกลงแล้ว ยังอาจได้รับเงื่อนไขการชำระเงินที่ดีกว่าที่ได้รับจากกลุ่มโอเปก เพราะอิหร่านต้องการดึงลูกค้าที่สูญเสียไประหว่างที่ถูกคว่ำบาตร
ยิ่งมาสัปดาห์นี้มีข่าวว่าอิหร่านกำลังจะสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารแอร์บัสจำนวน 114 ลำจากยุโรป โดยคาดว่าจะลงนามซื้อขายกันในกรุงปารีสเร็วๆ นี้ โดยประธานาธิบดีของอิหร่านที่อยู่ในระหว่างการไปเยี่ยมอิตาลีและยุโรป และคาดว่าจะซื้อเครื่องบินโดยสารโบอิ้งของสหรัฐ ถ้าทางบริษัท โบอิ้ง สามารถแก้ไขปัญหาหยุมหยิมที่เกี่ยวพันกับการคว่ำบาตรที่ยกเลิกไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย
อย่างนี้ สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และพันธมิตร จะไม่ยอมยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านได้อย่างไรใช่ไหมครับ โดยเฉพาะอิตาลีซึ่งโดยภูมิศาสตร์ก็เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนบ้านของอิหร่าน และเป็นคู่ค้ารายสำคัญกันมาก่อนการคว่ำบาตร จึงต้องสูญเสียตลาดอิหร่านให้กับจีนและรัสเซียไป
สรุปแล้วได้ความว่า ถึงจะถูกคว่ำบาตรแต่อิหร่านยังมีเงินและทรัพยากรที่จะขายหาเงินเข้าประเทศเพื่อไปซื้อสินค้าที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูประเทศได้มากมาย อย่างการสั่งซื้อเครื่องบินทีเดียวเป็นร้อยลำเพื่อพัฒนาสายการบินที่ล้าสมัย เพราะเครื่องบินที่ใช้อายุเกินการใช้งานเพราะถูกคว่ำบาตรไป 20 กว่าปี เพราะฉะนั้นชาติยุโรปต่างๆ รวมถึงสหรัฐย่อมมองเห็นช่องทางการค้าและลงทุนในอิหร่าน ในยามที่เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอยู่ในสภาวะชะงักงัน เพราะขาดดีมานด์สำหรับสินค้าผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ
ไทยและอิหร่านเคยเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญซึ่งกันและกันก่อนที่สหรัฐจะประกาศแซงชั่นโดยให้มีผลบังคับมาถึงบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน และการแซงชั่นโดยมติขององค์การสหประชาชาติในปี 2006 การค้าขายของเอกชนไทยกับอิหร่านจึงไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนปกติ จึงทำให้ตัวเลขการค้าขายระหว่างไทยกับอิหร่านในปี 2015 มีมูลค่าเพียง 365 ล้านเหรียญสหรัฐ
ผมดีใจที่กระทรวงพาณิชย์เห็นโอกาสในการขยายการค้ากับอิหร่าน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการเปิดเผยว่า ภายในเวลาประมาณ 2 ปี ตัวเลขการค้าขายระหว่างไทยกับอิหร่านจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4 เท่าตัว คือ ประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และคาดว่าจะขยายเพิ่มเป็น 3,000-5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 5 ปี
ผมเชื่อว่าการขยายตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับอิหร่านนั้น น่าจะเติบโตได้ตามตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์คาด เพราะจากประสบการณ์ แม้แต่ในช่วงการคว่ำบาตรเอกชนไทยก็ยังค้าขายกับอิหร่านได้ตามปกติหลายราย ถึงแม้ว่าการชำระเงินค่าสินค้าจะค่อนข้างสลับซับซ้อน เพราะไม่สามารถรับหรือจ่ายเป็นเงินเหรียญสหรัฐได้โดยตรงระหว่างกัน
อย่างน้อยตรงนี้ต้องถือว่าเป็นแต้มต่อของนักธุรกิจไทยที่ “ช่วย” ซื้อขายสินค้ากับอิหร่านในยามที่ถูกประเทศมหาอำนาจคว่ำบาตร และเมื่อมาตรการคว่ำบาตรถูกยกเลิกไป โอกาสที่ไทยจะเพิ่มปริมาณและมูลค่า
การค้ากับอิหร่านน่าจะมีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารและสินค้าเครื่องอุปโภคต่างๆ
ช่วงนี้จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันชิงส่วนแบ่งทางธุรกิจกับประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ย่อมมองเห็นลู่ทางและศักยภาพในการขยายธุรกิจกับอิหร่านเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าคาดการณ์ในแง่ดีว่าเคยค้าขายกันมาเพียงปีละ 500-600 ล้านเหรียญสหรัฐ ในยุคที่อิหร่านถูกคว่ำบาตร เมื่อยกเลิกการคว่ำบาตรแล้วปริมาณการค้าจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยไม่เตรียมมาตรการรองรับการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นด้วย อาจทำให้ตัวเลขที่คาดหมายในแง่ดีคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ง่ายๆ
นอกจากลู่ทางการขยายการค้าแล้ว อาจเป็นช่องทางการออกไปขุดทองนอกประเทศของแรงงานไทยที่ถูกส่งกลับจากประเทศที่ทำงานอยู่ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะพอคาดหมายได้ว่าคงมีการลงทุนขนาดใหญ่ในอิหร่านเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาบ้านเมืองที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะถูกคว่ำบาตรมาเป็นเวลายาวนาน
สำหรับประเด็นนี้ทราบว่าได้มีการเตรียมวางแผนให้ผู้บริหารระดับสูงของไทยไปพบปะทำความตกลงทางการค้ากับอิหร่านในเร็วๆ นี้ ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดี
แต่อย่างไรก็ตาม น่าจะมีการเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับธุรกิจที่คาดว่าจะขยายตัวโดยเฉพาะกฎหมายหรือข้อบังคับของรัฐที่ออกมาในช่วงที่มีการแซงชั่นอิหร่านโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กระบวนการด้านการชำระเงินค่าสินค้า หรือแม้แต่การทำให้คนไทยรู้จักอิหร่านดียิ่งขึ้นว่าเป็นชาติเก่าแก่ที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ขนบธรรมเนียมประเพณีที่่เคร่งครัดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
ผมไม่ทราบว่ามีมหาวิทยาลัยของไทยแห่งใดเปิดสอนภาษาอิหร่านบ้างหรือไม่ เพราะถ้าพูดภาษาเดียวกันได้ย่อมทำให้เกิดโอกาสในการทำความเข้าใจและผูกมิตร ตลอดจนการทำธุรกิจกันจะง่ายขึ้นกว่าการใช้ภาษาที่สามใช่ไหมครับ ขอสนับสนุนนโยบายของรัฐที่จะขยายการค้าและการลงทุนกับอิหร่าน แค่อยากติงให้เตรียมความพร้อมที่จะรองรับนโยบายในภาคปฏิบัติด้วย เพราะไม่อยากให้เสียโอกาสให้คู่แข่งไปเพราะความไม่พร้อมเหมือนเรื่องอื่นๆ







