posttoday
ตำนานความขัดแย้งในวงการสาธารณสุข (จบ)

ตำนานความขัดแย้งในวงการสาธารณสุข (จบ)

26 มกราคม 2559

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

โดย...นพ.วิชัย โชควิวัฒน

คำว่าความขัดแย้งอาจมีนัยทางลบ แต่แท้จริงแล้วความขัดแย้งเป็นธรรมดาของโลกและสังคม ดังนิยายเรื่องสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เริ่มต้นด้วยประโยคว่า “เดิมแผ่นดินจีนทั้งปวงนั้น เป็นสุขมาช้านานแล้วก็เป็นศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข”

สังคมโดยรวมของประเทศไทยก็มีความขัดแย้งบ่อยครั้ง จนถึงขั้นเป็นสงครามระหว่างคนในชาติ หรือเกิดการกบฏ ปฏิวัติ รัฐประหาร และถึงขั้นเข่นฆ่ากันกลางเมืองหลายครั้ง

แต่ในวงการของราชการพลเรือนในรอบกึ่งศตวรรษที่ผ่านมา วงการสาธารณสุขดูจะมีความขัดแย้งรุนแรงจนเป็นที่รับรู้ของสาธารณะในวงกว้างบ่อยครั้งกว่าวงการอื่น อย่างไรก็ดี หากวิเคราะห์ให้ถ่องแท้จะพบว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งที่จำเป็นต้องเกิด เพื่อแก้ปัญหาและเพื่อก่อให้เกิด “ประโยชน์สุข” ยิ่งขึ้นแก่ประชาชน หลายความขัดแย้งเกิดจากการต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น และการทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการ เพื่อรักษาระบบคุณธรรม และปกป้องเงินภาษีของประชาชนเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนโดยแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้นำในวงการสาธารณสุขคือแพทย์ มีธรรมชาติแห่งวิชาชีพที่เคยชินและไม่กลัวความขัดแย้ง

ประการแรก วิชาชีพแพทย์เป็นวิชาชีพอิสระ และสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องง้อราชการ

ประการที่สอง แพทย์ถูกหล่อหลอมให้มีความอิสระอย่างมาก ทุกวันแพทย์จะ “ออกคำสั่ง” รูปแบบต่างๆ แก่บุคคลอื่น โดยการเขียนใบสั่งยา หรือใบสั่งการรักษาถึงผู้ร่วมงาน ทั้งเภสัชกร พยาบาล และบุคลากรอื่นๆ รวมทั้งการให้ “คำแนะนำ” ในลักษณะ“คำสั่ง” แก่คนไข้และญาติวันละนับสิบนับร้อยครั้ง โดยต้องสั่งการตามหลักวิชาและดุลพินิจที่ถูกต้องชอบธรรม แพทย์จึงมีลักษณะ “หัวแข็ง” โดยธรรมชาติ กล้าที่จะขัดขืนหรือคัดค้านสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม

ประการที่สาม กระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนแพทย์จะหล่อหลอมให้แพทย์แสวงหาการวินิจฉัยโรคและหาวิธีการรักษาที่ถูกต้องแก่คนไข้อยู่เป็นปกติวิสัย เป็นกิจวัตร ในกระบวนการรักษาคนไข้ และการเรียนการสอนแพทย์และนักศึกษาแพทย์ ครูบาอาจารย์หรือแพทย์อาวุโสจะมีการถกเถียงกันเนืองนิตย์ต่อหน้าลูกศิษย์ โดยบางครั้งหรือบ่อยครั้งจะมีการ “เชือดเฉือน” กันด้วยศาสตรา คือ ความรู้ และวาจา ซึ่งสุดท้ายจะมีบทพิสูจน์จากผลการตรวจวินิจฉัยและการรักษา ตลอดจนถึงขั้นมีการผ่าพิสูจน์ศพซึ่งจะได้คำตอบสุดท้ายว่าใครผิดใครถูก ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่คนไข้ แพทย์จึงเคยชินกับความ
ขัดแย้งและไม่กลัวความขัดแย้ง

นพ.บรรลุ ศิริพานิช ซึ่งเป็นศัลยแพทย์พูดบ่อยๆ ว่า แพทย์อยู่กับเลือด จึงไม่กลัวเลือด

สำหรับแพทย์ชนบท มีลักษณะพิเศษเพิ่มเติมจากแพทย์ทั่วไป ทำให้ขบวนการแพทย์ชนบทออกมาเป็น “หัวหอก” หรือ “แกนนำ” ในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องหลายครั้ง

ประการแรก แพทย์ชนบทออกไปทำงานอยู่ในขอบปลายสุดของระบบโรงพยาบาล ทำให้ต้องไปเผชิญกับปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนที่รุนแรงที่สุด ไม่เฉพาะปัญหาความเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น แต่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ค่านิยม ประเพณี ความเชื่อ ของประชาชน โดยแพทย์ในชนบทต้องทำหน้าที่ไม่เฉพาะการเป็นแพทย์เท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่ “แพทยาวตาร” คือ เป็นผู้นำทีมสาธารณสุข ผู้บริหาร และเป็นครูด้วย แรงผลักดันในการต้องแก้ปัญหา จึงหล่อหลอมให้กล้าต่อสู้ กล้าขัดแย้ง

ประการที่สอง แพทย์ชนบทมีการรวมตัวกันทำงานมายาวนานเพียงพอ ทำให้มีความรู้และประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมและสามารถผนึกกำลังทั้งในหมู่แพทย์ชนบทเอง และกับบุคลากรอื่นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งกับสื่อและภาคประชาสังคม อื่นๆ ทำให้กล้าต่อสู้และสามารถต่อสู้ได้อย่างเข้มแข็ง

ประการที่สาม แพทย์ชนบทมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง ที่มุ่งทำงานเพื่อชาวชนบทเป็นหลัก สอดคล้องกับพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมุ่ง “ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ประการที่สี่ แพทย์ชนบทรับราชการอยู่ ณ ขอบปลายสุดของระบบโรงพยาบาล ซึ่งแม้ในปัจจุบันก็ยังขาดแคลนแพทย์ในอัตราสูง ราชการจึงต้องคิดหนักหากจะใช้อำนาจโยกย้ายแพทย์ที่ต่อสู้ออกจากพื้นที่ที่ขาดแคลนเช่นนั้น

ในส่วนของสังคมโดยรวม ประเทศไทยก็พัฒนามายาวไกลจนผู้มีอำนาจในวงการสาธารณสุขไม่สามารถใช้อำนาจตามอำเภอใจได้

ประการแรก ระบบราชการไทย ยึดหลักการตามระบบคุณธรรมมาตั้งแต่แรกสถาปนาระบบนี้ในสมัยรัชกาลที่ 7 ระบบคุณธรรมประกอบด้วย 4 หลัก คือ 1) หลักความเสมอภาค 2) หลักความสามารถ 3) หลักความมั่นคง และ 4) หลักความเป็นกลางทางการเมือง การใช้อำนาจโดยขาดความชอบธรรมกับแพทย์ในระบบราชการจึงทำได้ไม่ง่าย

ประการที่สอง รัฐธรรมนูญทุกฉบับรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของแพทย์ในฐานะประชาชน โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับ พ.ศ. 2540 ได้เพิ่มระบบตรวจสอบอำนาจรัฐ เช่น ศาลปกครอง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

ประการที่สาม ระบบสื่อที่พัฒนาไปมาก ทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมอื่นๆ ทำให้การใช้อำนาจรัฐถูกตรวจสอบมากขึ้น

โดยสรุป วงการสาธารณสุขในรอบกึ่งศตวรรษที่ผ่านมามีความขัดแย้งสูง แต่ความขัดแย้งแทบทั้งหมดเกิดจากความพยายามที่จะสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยการผลักดันการเปลี่ยนแปลงและ
ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงเป็นปรากฏการณ์ความขัดแย้งที่ต้องพิจารณาอย่างแยกแยะ ความขัดแย้งย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็นและสมควรต้องเกิด หากเป็นความขัดแย้งเพื่อผลบั้นปลายคือประโยชน์สุขของประชาชน หรือมหาชนชาวสยาม

เป็นสิ่งที่พึงบังเกิด เพราะเป็นการดำเนินรอยตามพระปฐมบรมราชโองการแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่