
โจรกรุงเก่าแสบลักหม้อบ้านทหารเกลี้ยง
ตำรวจเสนารวบ 4 โจรเมืองกรุงเก่าสุดแสบ ยกเค้าเครื่องครัวหมดบ้าน อ้างหาเงินไปเป็นค้าปรับคดียายเสพติด
ตำรวจเสนารวบ 4 โจรเมืองกรุงเก่าสุดแสบ ยกเค้าเครื่องครัวหมดบ้าน อ้างหาเงินไปเป็นค้าปรับคดียายเสพติด
พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ พรใหญ่พงศ์ รองผกก.ปป.สภ.เสนา พร้อมกำลังเข้าจับกุมแนายกฤษฎา ถวายทรัพย์ ชาวบ้านลาดงาอ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยผู้ต้องหาอีก 3 ราย คือ นายอำนาจ อนุสนธิ , นายสุทัศน์ ริศเดช และ นายสำราญ มังคะละ พร้อมของกลางเป็นหม้อหุงข้าวไฟฟ้า หม้ออลูมิเนียม ซึ้งอลูมิเนียม จำนวนหลายใบ โดยขณะเข้าจับกุมตามข้อหาร่วมกันลักทรัพย์พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนกำลังร่วมกันเสพยาบ้าภายในบ้านของนายกฤษฎาจึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางมาดำเนินคดีที่ สภ.เสนา
ทั้งนี้ พบว่า จ.ส.อ.ประสิทธิ์ จีนแสร์ อายุ 42 ปี นายทหารชั้นประทวนกองทัพบก ช่วยราชการกองบัญชาการกองทัพไทยได้เข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมาว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินในบ้านแบบยกไปเกลี้ยงบ้าน โดยครอบครัวของจ่าสิบเอก ประสิทธิ์ เดิมอยู่ ต.ลาดงา อ.เสนา แต่ด้วยไปได้งานทำที่กรุงเทพจึงไปซื้อบ้านอีกหลังที่กรุงเทพและมารับพ่อแม่ที่แก่ชราไปอยู่กรุงเทพด้วย ทำให้บ้านที่ ต.ลาดงา อ.เสนาไม่มีคนอยู่อาศัย และได้ปิดบ้านไว้อย่างดี
จนกระทั่งในช่วงเทศกาลวันหยุดเข้าพรรษาที่ผ่านมาที่หยุดยาวถึง 4 วัน จึงได้พาครอบครัวจากกรุงเทพมาเพื่อมาทำบุญและพักผ่อนที่บ้านเกิด อ.เสนาและซื้อข้าวของเตรียมจะมาอาหารเพื่อไปทำบุญด้วย แต่เมื่อมาถึงบ้านก็ต้องตกใจ เพราะบ้านถูกโจรเข้าไปโจรกรรมตั้งแต่ไม่เมื่อไม่ทราบโดยโจรได้ขนเอาทรัพย์สินไปจนเกลี้ยงบ้าน เหลือแต่เสา ฝาบ้านและหลังคาเท่านั้น โดยของใช้ในบ้าน โดยเฉพาะของใช้ในครัวเรือนทั้งเตาแก๊ส ถ้วยชาม หม้อหุงข้าวไฟฟ้าหม้ออลูมิเนียมสำหรับต้มแกงขนาดต่าง ๆ หายไปทั้งหมดตู้กับข้าวอลูมิเนียม ก็หาย สายไฟฟ้าในบ้านโจรก็ลอกดึงเอาไปจนหมดหลอดไฟฟ้าหรืออะไรที่จะพอขายได้โจรเอาไปทั้งหมด
หลังจากแจ้งความตำรวจได้ขยายผลทางคดีและพบว่าแก๊งของนายกฤษฏา มีพฤติกรรมน่าสงสัยมาที่สุดประกอบกับมีชาวบ้านที่รับซื้อหม้อจากคนร้ายไป มายืนยันพฤติกรรมของแก๊งนี้ตำรวจจึงเข้าจับกุม โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่าได้เข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินในบ้านทั้งหมดจริง และเข้าไปหลายครั้งแล้วที่จำได้ไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง โดยโจรกรรมแบบเพลินใจเพราะเจ้าของบ้านอยู่กรุงเทพ ได้ของมาก็เอาไปขายตามร้านค้าของเก่า
นายกฤษฎา ให้การรับสารภาพว่า ที่ต้องเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินเพราะต้องการเงินจำนวน10,000 บาท เพื่อไปเสียค่าปรับในชั้นศาลในคดีมียาเสพติดไว้ในความครอบครองเพื่อเสพจำนวน 3 เม็ดซึ่งศาลตัดสินโทษปรับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและได้นำเงินจากการขายทรัพย์สินที่โจรกรรมมาไปเสียเป็นค่าปรับเช่นกัน







