posttoday

กระตุ้นศก.ให้ถูกทาง ต้องรู้รากเหง้าปัญหา

23 มกราคม 2559

วันนี้ต้องถามน้ำมันโลกลดแล้วประเทศไทยไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยถึงประชาชน และอุตสาหกรรม เกิดอะไรขึ้น ก็ต้อง บริโภคของแพง ค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิต แพงเกินกว่าความจำเป็น

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ความเป็นอยู่ปากท้องของคนในประเทศยังเป็นประเด็นให้หลายฝ่ายติดตามทิศทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะดำเนินการเพื่อให้เกิดแสงสว่างปลายอุโมงค์ได้อย่างไร

“เกียรติ สิทธีอมร” อดีตผู้แทนการค้าไทย และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนถึงนโยบายแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในภาพรวม ซึ่งน่าผิดหวังจากการประเมินของธนาคารโลก ปีนี้โตเพียง 2% คือ ไทยเป็นที่โหล่ในอาเซียน

ทั้งนี้ จำเป็นต้องนั่งวิเคราะห์ปัญหาเพื่อแก้ให้ถูกจุด ที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ เข้ามาและมีนโยบายประคองไม่ให้ถอย แต่ปัญหารากเหง้ามันอยู่ตรงไหน และได้แก้หรือยัง ซึ่งปัญหาใหญ่ที่สุดตอนนี้ คือ หนี้ภาคประชาชน

เกียรติ ระบุว่า สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของธนาคารโลกในเรื่องนี้ และเมื่อหันมาดูปัจจัยพื้นฐาน คือ น้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนของทุกเรื่อง ทั้งขนส่ง การบริโภค ภาคอุตสาหกรรม เมื่อเวลาที่น้ำมันโลกดิ่งลงมาเร็ว ทำไมน้ำมันในประเทศถึงลงและช้ามาตลอด

“ผมพยายามตามดูที่ลงช้ามันมาจากตรงไหน ปกติในอดีตเคยฟังอ้างอิงราคาตลาด ราคาสิงคโปร์ เมื่อไปไล่ดูกับสิงคโปร์ตอนนี้ ทำไมไทยถึงแพงกว่าสิงคโปร์ ราคาหน้าโรงกลั่นไม่ได้พูดถึงภาษีต่างๆ แพงมาตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึง 20% เมื่อผมทักก็มีการถอยลงมาทีนึง เดี๋ยวก็กลับขึ้นไปไหม่ เป็นอย่างนี้มาตลอด วันนี้ก็ยังแพงกว่าสิงคโปร์”

เกียรติ บอกว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 และ 2547 ไทยเคยเจอสองครั้งราคา 30 กว่าเหรียญ/บาร์เรล แต่ไทยขายดีเซลหน้าปั๊ม 14 บาทกว่า แต่ทำไมวันนี้ 20 บาทกว่า เพิ่งลดลง 19 บาทกว่า ไปดูภาษีสรรพสามิต วันนี้เก็บเยอะกว่าปีนั้นถึง 2 บาท เป็น 16 บาท

อย่างไรก็ตาม เบนซิน 95 เมื่อปี 2543 และ 2547 ซึ่งยังไม่มีแก๊สโซฮอล์ ก็เอามาเทียบกันกับตอนนั้นแค่ 19 บาท ทุกวันนี้ 30 บาท ต้องตั้งคำถามเกิดอะไรขึ้น เมื่อไปไล่ย้อนดูกำไรค่าการกลั่น เพิ่มขึ้น 100 กว่าเปอร์เซ็นต์ ค้าปลีกมีค่าการตลาดสูงกว่าเดิม 30% กำไรโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเยอะ

วันนี้ต้องถามน้ำมันโลกลดแล้วประเทศไทยไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยถึงประชาชนและอุตสาหกรรม เกิดอะไรขึ้น ก็ต้องบริโภคของแพง ค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิตแพงเกินกว่าความจำเป็น ส่วนอุตสาหกรรมอย่าบอกว่าไม่กระทบ เช่น ค่าขนส่ง วัตถุดิบเกือบทุกสาขา รวมถึงพนักงาน ค่าจ้าง แล้วไทยแข่งไม่ได้ ที่บอกว่าส่งออกไม่ได้ ติดขัด ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาตัวเองหรือไม่ ค่าไฟ ส่วนหนึ่งผลิตจากการใช้น้ำมันเตา ต้นทุนทุกอย่างอยู่ที่พลังงาน

เกียรติ บอกด้วยว่า ทุกวันนี้ไม่เห็นด้วยเลยกับการขึ้นค่าแก๊ส หากยังไม่มีการเปิดต้นทุนปากหลุม แล้วมาบอกว่าขึ้นเพราะตลาดโลกมันแพง แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่มีในประเทศ แล้วส่วนต่างอยู่ในมือใคร รัฐบาลหรือไม่ เต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่

“ถ้าไม่ มันไปตกที่ใคร และควรหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ให้ประชาชนใช้ของตามต้นทุนบวกค่าใช้จ่าย ซึ่งหลายประเทศก็ทำแบบนั้น ประเทศที่มีพลังงานอย่างแก๊ส น้ำมัน ส่งออก ประชาชนเขาใช้ถูก ไม่ได้อุดหนุน คือ ประชาชนใช้ลักษณะมีต้นทุนเท่าไหร่ก็บวกค่าบริหารจัดการ แต่แก๊สขึ้นไม่มีคำอธิบายผมไม่เห็นด้วย เพราะกฎหมายไทยระบุว่าประชาชนเป็นเจ้าของทรัพยากรในดิน ถึงต้องมีระบบสัมปทาน ไม่เช่นนั้น คุณไปซื้อที่ดินแล้วขุดเจออะไรแล้วเป็นเจ้าของหมด มันไม่ใช่ ซึ่งเหมือนกับหลายประเทศ และไม่ใช่เรื่องแปลก แต่วันนี้ข้อมูลความโปร่งใสมันไม่มี”

ทั้งหมดคนที่ต้องอธิบาย เกียรติ บอกว่า คือ กระทรวงพลังงาน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพราะเป็นคนดูราคาน้ำมัน แก๊ส และพลังงาน ที่ขึ้นลง ยังไม่บอกว่าใครผิด แต่ดูตัวเลขกระทรวงเห็นชัดผิดปกติมาหลายเดือน เป็นปี และไม่ใช่ครั้งแรกที่มาทวงถามในเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ

เกียรติ ประเมินว่า จากตัวเลขที่พูดมาทั้งหมดคนที่ได้ประโยชน์จากการไม่ลดราคา คือ ผู้ค้าทั้งหมด ซึ่งแสดงว่ามีปัญหาเรื่องบริหารจัดการ ต้องจำไว้ว่าตลาดพลังงานไม่ใช่อ้างอิงกลไกตลาด เพราะว่าคนเป็นเจ้าของ เช่น ตะวันออกกลางหรือประเทศที่มีเป็นคนกำหนดราคา แต่เมื่อไหร่ราคาลงประชาชนต้องได้เต็มๆ ไม่ใช่ได้เฉพาะบางคน ไม่เช่นนั้นแข่งไม่ได้ ตรงนี้คิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องตอบประชาชนให้ได้

เกียรติ ระบุด้วยว่า เมื่อน้ำมันลดหลายคนพยายามโยงไปถึงเรื่องสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา ขายไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะยางสังเคราะห์อิงกับราคาน้ำมัน เมื่อน้ำมันลงราคายางสังเคราะห์ก็ลดลงตาม ซึ่ง
ควรเป็นปัจจัยให้ใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น เพราะมันมีหลายสินค้าที่ใช้ยางสังเคราะห์ไม่ได้ เช่น ถุงมือยางที่ใช้ในการผ่าตัด เป็นต้น ซึ่งมันมีอีกเยอะ

เกียรติ ตั้งข้อสังเกตว่า ยางดิบผู้ผลิตมี 3 ประเทศ แต่ผู้ซื้อยางดิบส่วนใหญ่มีไม่กี่บริษัท ทุกครั้งที่ยางดิบราคาลงถามว่ายางรถยนต์ถูกลงหรือไม่ ตรงนี้คือจุดที่ต้องแก้ เมื่อวัตถุดิบถูกลง แต่ทำไมราคาผลิตภัณฑ์ไม่ถูกตาม ถามว่าใครได้ใครเสีย มันมีการฮั้วกันระหว่างผู้ซื้อหรือไม่ ถ้ามีผิดร้องเรียนได้ เพราะมีกลไก องค์การการค้าโลก แต่ไม่เคยมองตรงนั้น

ทั้งนี้ ในแง่สินค้าเกษตรโดยเฉพาะยางมันมีหลายเรื่องที่เอามาใช้ได้ เช่น ผสมทำถนน ขณะเดียวกันการแปรรูปทำน้อยมาก ปล่อยให้คนอื่นทำ ควรทำจริงเสียที ผลิตภัณฑ์ที่เป็นวัสดุก่อสร้างที่ใช้ยางเป็นวัตถุดิบมีเยอะมากในประเทศไทย ณ วันนี้ที่เห็นอยู่มีไม่ถึง 10% ที่มีในโลก ทำไมไม่คิดตรงนี้

เกียรติ มองว่า มีหลายเรื่องที่น่าจะทำได้มากกว่านี้ เพราะถ้าเมื่อทำทุกอย่างแล้วไม่ดีขึ้น ในที่สุดก็ต้องมาดูให้ละเอียด ในตลาดยาง ยกตัวอย่าง เกษตรกร 75% ผลิตแค่ 25% และที่เหลือที่ผลิต 75% คือขาใหญ่ ผลิตน้อยลงกำไรน้อยลง ไม่ตายหรอก อยู่ได้ แต่ขาเล็กแค่ 25% ของผลผลิต แต่มัน 75% ของประชากรชาวสวนยาง ถ้าช่วยแค่นี้ใช้เงินไม่เยอะ

ดังนั้น ต้องเลิกคิดช่วย แล้วต้องช่วยทุกคนไม่ใช่ ไปดูในทุกประเทศได้เลย นโยบายทั้งหมดถ้าช่วยรายเล็กรายน้อยได้ จบแล้ว เขาอยู่ได้ ถ้ามันทำแล้วไม่ขยับในแง่ของตัวราคา ซึ่งมันมีหลายมาตรการ ตอนนี้ยังไม่ลองทั้งหมด ถ้าทำแล้วไม่สำเร็จ ก็ไปดูรายได้ แล้วประกันรายได้ แต่เป็นชั่วคราว ไม่ใช่ประกันรายได้ทั้งชีวิต แต่ที่ทำชั่วคราวเพื่อให้มีเวลาเข้าไปจัดการกับระบบ

“ใครตอบผมได้บ้างว่าทำไมวันนี้ราคายางรถยนต์ถึงไม่ลดพอมันไม่ลดคุณทำอะไรได้บ้าง ต้องถามตรงนี้ ซึ่งตอบโจทย์ได้ชัดที่สุด และที่บางประเทศไปปลูกอีกประเทศเป็นล้านๆ ไร่ ใน 2-3 ปี ก็จะมีปัญหาอีก ไม่จบแค่วันนี้ ซัพพลายจะออกมาอีก แล้วไทยวางยุทธศาสตร์ไว้อย่างไร ไม่ใช่ยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาขณะนี้ แต่ต้องมองไปข้างหน้าด้วย ถึงเวลานั้นจะทำยังไง การบริโภคไม่ได้นิ่งตามซัพพลายที่เพิ่มขึ้น ไทยเสี่ยงสูงในอนาคต”

สำหรับจุดอ่อนเศรษฐกิจ เกียรติ ฉายภาพว่า มี 4 อย่าง คือ ลงทุน บริโภค การค้า และท่องเที่ยว ด้านลงทุน ไม่ดีใจกับตัวเลขบีโอไอ ถ้าบอกสั้นๆ รีบมายื่นนะ ยื่นหมด แต่ไม่เริ่ม ทำยังไงให้เริ่ม ตรงนี้คิดว่านโยบายบีโอไอทั้งหมดต้องซับซ้อนมากขึ้น เก่งขึ้น มียุทธศาสตร์มากขึ้น ไม่ใช่โซนนิ่ง วันนี้ประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าเก่ง ต้องมีธุรกิจและอุตสาหกรรมอะไร ต้องมีความชัดเจนในเรื่องยุทธศาสตร์ ซึ่งยังไม่มี การลงทุน มีตัวเลขดูเหมือนดี แต่ชะลอ จะทำอย่างไรให้ลงจริง

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ในปีที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนไป 20% ควรจะช่วยได้เยอะ การเจาะตลาด เช่น จีน อยากค้ากับเขาเดินไปหารัฐบาลกลางอย่างเดียวไม่ได้ รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลต่างๆ มีอำนาจในการซื้อ ค้าขาย โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลกลาง เดินเข้าไปหาหรือไม่ ก็ยังไม่ได้เดินไปหา

“ผมเคยคุยกับรัฐบาลท้องถิ่น เขาพร้อมที่จะซื้อข้าวถุงไทย ไม่ใช่กระสอบ ข้าวถุง ถ้าราคามันได้ ซึ่งถ้าเทียบราคาจริงๆ ไปได้ แต่ยังไม่มีคนเสนอ และไม่รู้มีกี่มณฑล แต่ละมณฑลประชากรประมาณ 30 ล้านคน 50 ล้านคน ตรงนี้ยังไม่ทำ ตลาดละตินอเมริกาก็ยังไม่ได้ทำ ตะวันออกกลางยุทธศาสตร์คืออะไร ก็ยังไม่ได้ทำ”

เกียรติ บอกว่า สมัยเป็นประธานผู้แทนการค้าได้มีการลงนามไว้แล้ว แต่ไม่ได้ทำต่อ เพราะหมดเวลาไปก่อน เขาพร้อมที่จะตั้งศูนย์สำรองอาหาร เกษตร สำหรับตะวันออกกลางไว้ที่บาห์เรน ซึ่งหมายความว่าไทยจะขายได้ปีละ 3 หมื่นล้านบาท สินค้าเกษตร ข้าว น้ำตาล แป้ง เลือกที่ไว้แล้ว แต่เรื่องนี้ดับไป เพราะหมดวาระไปแล้ว แต่ข้อตกลงยังอยู่แต่ไม่มีใครสานต่อ การค้าขายไม่ใช่นั่งรอ

ถ้านั่งรอก็เจอคนไปช็อป เลือกของถูกมากกว่าของดี มากกว่าการให้ราคา การค้าระหว่างประเทศต้องบุก กำลังซื้อประชาชน น้ำมันแพง แก๊สแพง ท่องเที่ยวตัวเลขดีขึ้นยอมรับ คุณภาพได้หรือไม่ ยินดีและดีใจที่ตัวเลขขึ้น แต่จากการฟังผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นมาจากตลาดจีน แต่กำลังซื้อไม่เยอะ ดังนั้นเมื่อเห็นตัวเลขนี้แล้ว มักจะกินแต่ไม่ซื้อ

นอกจากนี้ ก็มีผู้ประกอบการที่ตั้งเองเพราะรองรับนักท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ร้านนวด รับทัวร์ตัวเอง จัดการยังไง ไม่ถูกกฎหมาย ตรงนี้ให้ได้เต็มเม็ดต้องดูในรายละเอียด แล้วใครได้ กระเป๋าใคร ซึ่งกรณีนี้ไม่ถูก จะจัดการยังไง อย่าดีใจกับตัวเลขอย่างเดียว แหล่งท่องเที่ยวพัฒนาเพิ่มหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ ไทยไม่ควรเป็นที่โหล่

“ปี 2016 เออีซี ซึ่งเป็นกำแพงภาษีในลาว เขมร เวียดนาม เป็นศูนย์ส่วนใหญ่ ถามว่าเป้าการค้าชายแดนต้องเพิ่มหรือไม่ ซึ่งต้องเพิ่มเยอะด้วย แล้วตอนนี้ที่งงที่สุด คือ จีน สิงคโปร์ กว้านซื้อที่ดินติดชายแดนหมดเลย ผมไม่ได้หวง แต่ทำไมเราทำ ส่งเสริมคนของเราให้ทำ ทำให้เร็ว ทำให้รองรับ ซึ่งเรายังขาดยุทธศาสตร์ภาพรวมในการเอาประโยชน์ เออีซีเพิ่มตัวเลขการค้า การลงทุน”

ส่วนการพยายามทำเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ไม่ผิดในเรื่องนี้ ส่วนตัวก็คิด แต่วิธีทำอาจไม่เหมือนกัน มันมีรายละเอียด แต่เขตเศรษฐกิจพิเศษจะไม่เวิร์กเลย หากหน่วยงานรัฐทั้งหมดไม่ไปตั้งอยู่ตรงนั้น ระบบรัฐต้องตามไปกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระบบสนับสนุน ระบบการเงินต้องตามไป ถ้าไม่ตามไปโลจิสติกส์มีไหม ไม่มีใครมาตั้ง ถ้าไม่ขยับ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สำคัญ จะทำให้การค้าขายไทยเก่งขึ้น ลงทุนมียุทธศาสตร์มากขึ้น ต้นทุนต่ำลง ยังไม่ขยับ

“ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้กล่าวหา แต่ผลที่ตามมาเห็นอยู่ แต่เขาอยู่ชั่วคราว ก็ทำกติกาให้มันจบๆ แล้วเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติก็เป็นอีกเรื่อง แต่เวลาอยู่ต้องทำให้เต็มที่ ติดขัดอะไรบอกมาก็พร้อมคุยทุกอย่าง”

ข่าวล่าสุด

สิงคโปร์เงินลงทุนพุ่ง สวนทางตลาดแรงงาน หดตัวต่ำสุดรอบ 20 ปี