
แลนด์ฯชี้อสังหาฯทรงตัว สวนตลาดลุยลงทุนภูมิภาค
บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินภาพรวมตลาดในปี 2559 ไม่แตกต่างจากปี 2558 มากนัก การเติบโตในปีนี้หากทำได้เสมอตัวกับปีที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว เพราะปัจจัยแวดล้อมไม่ได้แตกต่างกัน แต่ยังมีลุ้นกับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเหลืออยู่ และการลงทุนของภาครัฐที่จะเป็นหัวหอกในการผลักดันเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นของเอกชน หากสามารถเดินหน้าได้ตามแผนกลยุทธ์ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จึงไม่แตกต่างจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา
บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินภาพรวมตลาดในปี 2559 ไม่แตกต่างจากปี 2558 มากนัก การเติบโตในปีนี้หากทำได้เสมอตัวกับปีที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว เพราะปัจจัยแวดล้อมไม่ได้แตกต่างกัน แต่ยังมีลุ้นกับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเหลืออยู่ และการลงทุนของภาครัฐที่จะเป็นหัวหอกในการผลักดันเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นของเอกชน หากสามารถเดินหน้าได้ตามแผนกลยุทธ์ของ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จึงไม่แตกต่างจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา
นพร สุนทรจิตต์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า กลยุทธ์ในการทำตลาดในปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แลนด์ฯ ขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น แม้จะเป็นตลาดไม่ใหญ่แต่มีความต้องการซื้อ ยิ่งหลังจากที่ปรับกำลังผลิตเป็นพรีแฟบ สามารถขยายไปต่างจังหวัดมากขึ้น และมองหาช่องว่างในตลาดต่างจังหวัดที่เข้าไปได้
“แม้ภาพรวมตลาดต่างจังหวัดอาจจะยังไม่ดีมาก แต่ในเชิงกำลังซื้อ ปลายไตรมาส 3-4 ตลาดอีสานและเหนือปรับตัวดีขึ้นมาก แต่ภาคใต้
ไม่ค่อยดีเป็นผลจากราคาพืชผลการเกษตร และภาคการท่องเที่ยวในบางจังหวัดภาคใต้ชะลอตัวลง ทำให้คนที่มีรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม การจ้างงานลดลง ในปีนี้หวังว่าการบูมเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษจะสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ภายใต้ความระมัดระวัง เพราะเขตเศรษฐกิจพิเศษยังเป็นเรื่องอนาคต” นพร กล่าว
สำหรับแผนเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2559 มีด้วยกัน 14 โครงการ มูลค่ารวม 2.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 9 โครงการ และต่างจังหวัด 5 โครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 9 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ บ้านแฝด 1 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ รวมโครงการที่เปิดดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น 68 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 43 โครงการ และต่างจังหวัด 25 โครงการ ทำให้มีโครงการที่เปิดขายรวมในปี 2559 ทั้งหมด 82 โครงการ
ทั้งนี้ โครงการในต่างจังหวัด 5 โครงการ จะประกอบด้วยโครงการบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮาส์ ที่พระนครศรีอยุธยา 1 โครงการ คอนโดมิเนียมที่เชียงใหม่ 2 โครงการ
ด้านเป้ายอดขายในปีนี้ตั้งไว้ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับยอดขายปี 2558 แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 68% ทาวน์เฮาส์ 7% และคอนโดมิเนียม 25% โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อยูนิต 7.1 ล้านบาท จากปี 2558 ราคาเฉลี่ยต่อยูนิต 7 ล้านบาท ส่วนปีที่ผ่านมา แลนด์ฯ มีส่วนแบ่งการตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แบ่งเป็นตลาดบ้านเดี่ยว 16.3% ตลาดทาวน์เฮาส์ 1.8% และตลาดคอนโดมิเนียม 2.1%
ด้าน อดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดินประมาณ 7,000 ล้านบาท และงบลงทุนด้านการพัฒนาหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าอีก 7,000 ล้านบาท ส่วนการลงทุนต่างประเทศ ล่าสุดได้ซื้ออพาร์ตเมนต์ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2,500 ล้านบาท และได้ขายอพาร์ตเมนต์ 1 แห่ง ในราคา 18 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากซื้อมาเมื่อปี 2555 ในราคา 12 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ยอดขายในปี 2558 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 2.47 หมื่นล้านบาท ลดลง 21.6% สาเหตุที่ยอดขายลดลงมาก เนื่องจากปีที่แล้วเลื่อนเปิดโครงการใหม่หลายโครงการ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมไม่ได้เปิดเลย เพราะระยะเวลายื่นรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ใช้เวลานาน ส่วนปีนี้เป้ายอดขาย 2.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 13.4% ธุรกิจให้เช่าเติบโต 27-28% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยปีนี้คาดว่าจะเติบโต 13%
ขณะที่ โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ในปี 2557-2558 บ้านราคาแพงมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นมา โดยบ้านราคา 5-10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% ในแง่จำนวนหน่วย และ 29% ในแง่มูลค่า ยิ่งบ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท ยิ่งเพิ่มขึ้นถึง 130% ในแง่จำนวนหน่วย และ 237% ในแง่ของมูลค่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการที่ผู้มีรายได้สูงจะซื้อสินค้าราคาแพง จะชะลอตัวลงในปี 2559 เพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก การลงทุนอาจมีความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่อุปทานตามแนวรถไฟฟ้าก็อาจมีมากเกินความต้องการในอนาคตอันใกล้นี้
“คาดว่าบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท จะยังเปิดตัวลดลง 7% ส่วนบ้านราคา 5-10 ล้านบาท น่าจะเปิดเพิ่มอีก 5% ส่วนบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป น่าจะลดลง 10% เพราะที่ผ่านมาเปิดโครงการมากเป็นพิเศษ จึงคาดว่าทั้งปี 2559 อุปทานในแง่จำนวนหน่วยจะลดลง 5% หรือเปิดตัว 102,056 หน่วย ส่วนมูลค่าโดยรวมน่าจะลดลง 3% เหลือ 423,418 ล้านบาท แต่ถ้าเศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ลง ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไวั เช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2558 ก็อาจทำให้อุปทานลดน้อยลงกว่านี้” โสภณ กล่าว







