posttoday
คนหน้าเหมือนหรั่ง มือขวาเสธ.แดง

คนหน้าเหมือนหรั่ง มือขวาเสธ.แดง

27 กรกฎาคม 2553

8...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

การเอาจริงเอาจังของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในการกระชากหน้ากากขบวนการก่อการร้ายสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชน ในช่วงเหตุการณ์เมษาพฤษาเดือด ทำให้หลายคนลุ้นเอาใจช่วยนำคนผิดมาลงโทษให้ได้

ประเด็นหนึ่งที่ใกล้สาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการเผาบ้านเผาเมือง เห็นจะเป็นการจับกุมนายสุรชัย เทวรัตน์ หรือ “หรั่ง” โดยจากการสืบสวนสอบสวน พบพยานหลักฐานมัดแน่น ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจสรุปสำนวนส่งฟ้องภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ขณะเดียวกันดูเหมือนการจับกุมนายหรั่ง ทำให้ฝ่ายหนึ่งยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ซึ่งถ้ามองในแง่ดีก็เป็นไปตามหลักของการใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อตกเป็นผู้ต้องหาย่อมมีสิทธิจะได้รับการตั้งทนายต่อสู้คดี

เหรียญมีสองด้าน เมื่อมองในแง่ดีแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งทางการเมืองไม่อาจปฏิเสธได้เลย ย่อมมีเสียงวิจารณ์เหมือนกันว่า ความพยายามของกลุ่มบุคคลในการหาทางช่วยเหลือนายหรั่งเพื่อหวังตัดตอนไม่ให้ขยายผลคดีไปถึงบุคคลระดับบิ๊กก็เป็นได้

สิ่งที่ตอกย้ำเข้ามาอีก เห็นจะเป็นกรณี จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ผู้ได้เอกสิทธิ์เหนือเอกบุรุษ ใช้ความเป็น สส.คุ้มครองไม่ต้องถูกคุมขังเหมือนผู้ต้องหาคดีป่วนเมืองรายอื่น ออกมาวิเคราะห์ตามแบบฉบับตรงข้ามรัฐบาลทุกเรื่องว่า นายหรั่งไม่ใช่มือขวา เสธ.แดง แต่ เสธ.แดง น่าจะเป็นมือขวานายหรั่ง หรือล่าสุดโจมตีไปถึงหลังบ้านอธิบดีดีเอสไอเพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือต่อตัวอธิบดีดีเอสไอ

แม้แต่ทนายความเสื้อแดงที่พยายามช่วยว่าความถึงขั้นเข้าไปพบนายหรั่ง แล้วออกมาบอกกับสื่อมวลชนว่า นายหรั่งไม่ใช่มือขวา มือขวาตัวจริงพรรคเพื่อไทยจะนำมาเปิดโปงเร็วๆ นี้ จนสร้างความสับสนให้สื่อมวลชน แต่จนแล้วจนรอดกลับลำชี้แจงสื่อในวันรุ่งขึ้น ไม่มีมือขวา เสธ.แดง เป็นแค่การพูดเล่นกับสื่อเท่านั้น

จนล่าสุดพรรคเพื่อไทยกระโดดเข้ามาดูแลปกป้องครอบครัวนายหรั่ง ไม่ให้ข้อมูลกับดีเอสไอ จนถูกตั้งข้อสังเกต มีอะไรลึกล้ำกว่านี้หรือไม่ที่เกรงจะไปกระทบถึง “มือมืดตัวพ่อ” แล้วจะสะเทือนไปทั้งองคาพยพ ผิดแผกแตกต่างจากคดีอ้ออ้าย ผู้ต้องหาบึ้มพรรคภูมิใจไทยที่ถูกลอยแพ แถมซ้ำเติมว่าไม่ใช่พวกแดงแท้

แม้มีขบวนการทำให้สังคมเกิดความสับสน อย่างไรก็ตามแต่ ความลับไม่มีในโลก ความจริงเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น เมื่อทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เฝ้าติดตามเรื่องนี้ เกิดความทรงจำแล่นเข้าสมองทันทีหลังการจับนายหรั่งได้เป็นผลสำเร็จ เพราะทำให้นึกถึงบุคคลหนึ่งซึ่งอยู่ในช่วงเย็นแห่งความสลดของวันที่ 13 พ.ค. 2553

เขาคนนั้นเป็นบุคคลที่อยู่ในช่วงเวลาที่ทีมข่าวได้นัดหมาย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง สัมภาษณ์เปิดใจ ก่อนสองชั่วโมงที่นักรบป่าคอนกรีตจะถูกลอบยิง เขาคนนั้นทำหน้าที่ยืนเฝ้าระวังคุ้มกันความปลอดภัยให้ เสธ.แดง อยู่ห่างๆ อีกทั้งขณะที่ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์กำลังนั่งรับประทานอาหารที่บริเวณเต็นท์ นปช.จันทบุรี เยื้องโรงภาพยนตร์สยาม เขาคนเดียวกันนี้ก็ไม่คาดคิดเหมือนกับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ว่า นั่นคืออาหารมื้อสุดท้ายที่อยู่ร่วมรับประทานกับ เสธ.แดง

เหตุที่ภาพบุคคลรายนี้ผุดขึ้นอีกครั้งเพราะพฤติกรรมแปลกๆ เป็นจุดสนใจ เนื่องจากทีมการ์ดคุ้มกัน เสธ.แดง นับสิบคนที่สวมชุดดำ มีรายนี้เท่านั้นจะควบมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ห่างๆ และที่สำคัญคือการสะพายเป้โดยมีวัตถุชนิดหนึ่งอยู่ภายในจนตุงขึ้นมาโดดเด่น เป้ใบนี้เหมือนสมบัติสุดหวง ที่ไม่ยอมออกห่างกาย ทำให้เราต้องบอกช่างภาพโพสต์ทูเดย์ นอกจากเก็บแต่ภาพสัมภาษณ์ เสธ.แดง ให้กดชัตเตอร์บุคคลรายนี้ไว้ด้วย

แทบไม่น่าเชื่อ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น หลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจับตัวนายหรั่งมาได้ โดยที่ฝ่ายหนึ่งออกมาปฏิเสธทำนอง เสธ.แดง ไม่มีคนแบบนี้เป็นมือขวา แต่ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ขอบอก ใบหน้านายหรั่งดูช่างคลับคล้ายคลับคลาบุคคลที่ทีมข่าวบันทึกภาพไว้

ตั้งแต่รอยแผลเป็นบริเวณคางด้านซ้าย ตรงกับภาพของสื่อมวลชนทั่วไปบันทึกได้ล่าสุด โดยที่นายหรั่งนำพลาสเตอร์ปกปิดอะไรบนคางด้านซ้าย ครั้นสังเกตบริเวณแขนซ้ายขวานายหรั่งมีใจตรงกันกับบุคคลที่ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์บันทึกภาพอีกเช่นกัน เพราะเป็นรอยสักเกิดขึ้นบริเวณเดียวกัน จริงอยู่อาจมีคนบอกว่าใครๆ สามารถสักบริเวณแขนเหมือนกันได้ แต่เพ่งพิจารณา ลักษณะรอยสักช่างเป็นลักษณะเดียวกันเป๊ะ

เพื่อการันตีความคุ้นเคย ภายหลัง เสธ.แดง ถูกยิง นักรบชุดดำเริ่มสับสนเพราะไร้ผู้นำตามแนวชายแดน ทำให้เราต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นเขาคนเดียวกันนี้นั่งมอเตอร์ไซค์ยามค่ำคืนผลุบเข้าผลุบออกมานั่งพักอยู่บริเวณหลังเวทีแยกราชประสงค์ร่วมกับทีมการ์ดภายใต้การนำของ อารี ไกรนารา ซึ่งเคยตกเป็นข่าวระหองระแหงกับฝ่าย เสธ.แดง ถึงขั้นยกพวกท้าทายกัน ก่อนวันที่ เสธ.แดง ถูกลอบยิง และที่จดจำได้ขึ้นใจก็คือ เป้น่าสงสัยใบนั้นยังมีวัตถุตุงเด่นติดตัวไม่ห่างหาย

หลังการมอบตัวของแกนนำ นปช.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราเห็นหน้า “อารี ไกรนารา” ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเล่นบทนินจาหายวับไปกับหมายจับ และเช่นกัน ไม่เห็นเขาคนนั้นซึ่งมีใบหน้า รูปร่าง ละม้ายคล้ายเหมือนนายหรั่งอีกเลย ????

ไม่ว่าคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จะออกมายืนยัน นายหรั่งไม่ใช่มือขวา เสธ.แดง ไม่มีนายนี้อยู่ร่วมทีมชุดดำ หรือปฏิเสธว่านายหรั่งไม่ใช่ครูฝึกนักรบพระเจ้าตาก ไม่เคยมีวีรกรรมยิงเอ็ม 79 ถล่มสถานที่ต่างๆ ก็คงต้องเป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมจะพิสูจน์ออกมา

แต่สำหรับผู้อยู่ในเหตุการณ์ค่ำคืนแห่งความระทึกราชประสงค์ บุคคลที่เราจับตาด้วยพฤติกรรมผิดสังเกตจากเป้น่าสงสัย เขาดูละม้ายคล้ายเหมือนนายหรั่งเสียเหลือเกิน

แม้ฝ่ายหนึ่งพยายามบอกว่าไม่ใช่ แต่ฝ่ายหนึ่งมั่นใจในพยานหลักฐานก็มีสิทธิจะบอกว่า นี่แหละใช่เลย

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน