
ลดค่าเคสร้างรถไฟฟ้าประหยัดอื้อ
ปรับค่าเค สายน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ กับหัวลำโพง-บางแค ประหยัด 198 ล.
ปรับค่าเค สายน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ กับหัวลำโพง-บางแค ประหยัด 198 ล.
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักเกณฑ์ คำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) หรืออนุมัติหลักเกณฑ์การคำนวณค่าเคในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ลงมา เช่นเดียวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ ที่ ครม.ได้อนุมัติไปก่อนหน้านี้
นายอาคม ชี้แจงว่า ในการปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ขอยกเว้นการใช้มติ ครม.เดิม และขอใช้หลักเกณฑ์การประกวดราคาแบบนานาชาติ ซึ่งจะใช้ราคาเฉลี่ย 28 วันก่อนการยื่นซองประกวดราคา ทำให้การอนุมัติปรับค่าเคครั้งนี้ รัฐบาลประหยัดเงินได้ 198 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินจากการปรับลดราคาในส่วนค่าออกแบบงานก่อสร้างระบบรางและรถไฟฟ้า ซึ่ง รฟม.จะต้องรายงานให้สำนักงบประมาณทราบรายละเอียดด้วย
ทั้งนี้ เดิมที รฟม.ได้ใช้เงินกู้จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) มาลงทุนโครงการนี้ แต่ต่อมาปี 2552 ครม.ได้อนุมัติให้เปลี่ยนแหล่งเงินกู้จากญี่ปุ่น เป็นเงินกู้ในประเทศ จึงต้องมีการปรับมาใช้หลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมีมติอนุมัติขยายเวลาระยะเวลาการชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าออกแบบค่าก่อสร้างและค่าจ้างที่ปรึกษา ในโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคลตามมติ ครม. วันที่ 6 ก.ค. 2553 ออกไปอีก 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560-2567 เนื่องจากรายได้ รฟม.ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ตัวเลขผู้โดยสารต่ำกว่าประมาณการ แต่หากมีการเชื่อมต่อกันได้จะทำให้รายได้ดีขึ้น
สำหรับวงเงินที่ รฟม.จะต้องชำระเงินช่วง 7 ปี รวม 26,700 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 17,464 ล้านบาท ดอกเบี้ย 9,236 ล้านบาท ซึ่งภาระหนี้ของโครงการดังกล่าว รฟม.กู้ไว้ 162,715 ล้านบาท (รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2558 รฟม.มีหนี้เงินกู้ค่าออกแบบค่าก่อสร้างและค่าจ้างที่ปรึกษาเหลือ 46,185 ล้านบาท (ไม่รวมดอกเบี้ย)
อย่างไรก็ตาม มีการประมาณการรายได้ รฟม.ปี 2567 คาดมีรายได้ 5,047 ล้านบาท รายจ่ายและชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ย 4,817 ล้านบาท รายรับมากกว่ารายจ่าย 230 ล้านบาท







