posttoday
สปท.ผ่านแผนปฏิรูปกสทช.

สปท.ผ่านแผนปฏิรูปกสทช.

18 มกราคม 2559

สปท.มีมติ 128 : 11 เห็นชอบแผนปฏิรูป กสทช. ให้ทำงานเป็นเอกภาพ เกิดความคล่องตัว ในการใช้จ่ายงบประมาณ

สปท.มีมติ 128 : 11 เห็นชอบแผนปฏิรูป กสทช. ให้ทำงานเป็นเอกภาพ เกิดความคล่องตัว ในการใช้จ่ายงบประมาณ

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท.) ที่มี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท. คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธาน ได้พิจารณาแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน เรื่องแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม  (กสทช.)  (ฉบับที่..) พ.ศ....

พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกมธ.ได้ชี้แจงว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นำเสนอ ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจสอบการเสนอกฎหมายการตรวจร่างจากคณะกรรมการกฤษฎีกาและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงองค์กรที่ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลกิจการด้านโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้มีการทำงานที่เป็นเอกภาพ เกิดความคล่องตัว ในการใช้จ่ายงบประมาณ การออกใบอนุญาต ซึ่งมีการปรับปรุงรวมบอร์ดต่างๆให้เหลือเพียง กสทช.เพียงบอร์ดเดียว ตามมาตรา 23 การเพิ่มอำนาจหน้าที่ในการเจรจา ตามมาตรา 16 และเพิ่มการเยียวยา ตามมาตรา 31-34  

จากนั้นสมาชิกสปท.ได้อภิปรายพร้อมซักถามท้วงติงร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจำนวนมาก โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสปท. ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จะขัดต่อกฎหมาย  เพราะองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ต่างร่างพ.ร.บ.นี้จะเป็นองค์กรของรัฐ และไม่ได้เป็นอิสระจริง โดยสมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่พอใจการตอบข้อซักถามของพล.อ.อ.คณิต ที่ไม่ได้รับความกระจ่าง

ในที่สุดนายอลงกรณ์ ได้ตัดบทพร้อมให้ลงมติ โดยระบุว่าสมาชิกสามารถเสนอข้อคิดเห็นต่อกมธ.เพื่อปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ ก่อนที่นำเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนดังกล่าวด้วยคะแนน 128 ต่อ 11 และงดออกเสียง 17 และให้ส่งเรื่องไปยังครม.ดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตามภายหลังการลงมติ นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. ได้ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมว่า ส่วนตัวได้งดออกเสียง เนื่องจากไม่สบายใจต่อการทำงานของสปท. ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา เพราะเมื่อฟังประธานกรรมธิการที่ระบุว่าเป็นการดำเนินการตามที่มีการเสนอมา ซึ่งเมื่อมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำแล้วจะทำอีกทำไมเป็นการทำงานซ้ำซ้อน แต่เมื่อนำเข้าสู่วาระการประชุมก็ต้องชี้แจงข้อสงสัยของสมาชิกให้ได้ทุกข้อ และต้องรับฟังความคิดเห็นในสภานี้ให้ได้

“เราเป็นสภาปฏิรูป ไม่ได้ทำหน้าที่เขี่ยลูกอย่างเดียว และต้องตำหนิวิปสปท. ที่นำเรื่องเข้าสู่วาระการพิจารณา ลองคิดดูว่าหากสภาไม่เห็นชอบก็เท่ากับสปท.สวนหมัดกับรัฐบาล แต่ถ้าเห็นชอบก็ยังออกเป็นกฎหมายไม่ได้  แต่กลายเป็นแค่เสียงเชียร์รัฐบาล ซึ่งท่านกำลังเอาสภาไปเสี่ยง ถ้าเราทำเช่นนี้ก็จะเสียหาย  คิดว่าวิปสปท.จะต้องมีความรอบคอบในการกำหนดวาระการประชุม”นายวิทยา กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่