
'ร้านขนมไม่แพ้' ธุรกิจที่เกิดจากความรัก
ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่เสมอ และด้วยความรักที่มีต่อลูกน้อย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจร้านขายขนม
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่เสมอ และด้วยความรักที่มีต่อลูกน้อย นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจร้านขายขนมสำหรับเด็กแพ้นม ภายใต้ชื่อ “ร้านขนมไม่แพ้” ที่ ปริญญา เธียรวร ประธานกรรมการ บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ อารียา อัศวานันท์ ผู้เป็นภรรยาร่วมกันก่อตั้งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
ปริญญา เล่าว่า เริ่มต้นจากภรรยาเป็นภูมิแพ้ และตอนตั้งครรภ์ “น้องเอฎา” ลูกสาวคนแรก ด้วยความไม่รู้ในช่วงตั้งครรภ์จึงบำรุงครรภ์ด้วยของดีมีคุณภาพทุกอย่างอย่างหนัก ทำให้น้องเอฎาเป็นภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มต้นจากการแพ้นมแม่ ซึ่งมาเริ่มรู้ว่าตอนน้องเอฎาอายุ 1 ขวบ สารก่อภูมิแพ้ผ่านนมแม่ที่ทำให้น้องเอฎามีอาการหลายอย่าง ทั้งมีผื่นขึ้น อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด จึงไปปรึกษาคุณหมอ และเจาะเลือดตรวจ ทำให้รู้ว่าลูกสาวมีอาการแพ้หลายอย่าง ไม่ใช่แค่แพ้นมแม่ แต่แพ้ทั้ง แป้งสาลี ถั่ว อาหารทะเล
ในช่วงนั้นลูกสาวทานขนมได้อย่างเดียว คือ ไรซ์แครกเกอร์ของญี่ปุ่นที่ทำมาจากข้าว 100% รสชาติจืดคล้ายกระดาษ ซึ่งแม้ว่าเด็กจะยังไม่รับรู้ว่าอะไรคือความอร่อย แต่ในฐานะพ่อแม่ที่ได้ลองชิมไรซ์แครกเกอร์ ซึ่งเป็นขนมสำหรับเด็กแพ้วัตถุดิบหลายอย่าง ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ อยากให้ลูกเหมือนเด็กทั่วไปที่มีโอกาสได้กินขนม ได้กินขนมเค้กวันเกิด ซึ่งตอนที่ลูกสาวเข้าโรงเรียน และมีงานวันเกิดเพื่อนของลูก ก็ได้เห็นสายตาน้องเอฎามองเพื่อนกินขนมเค้กวันเกิดอย่างเอร็ดอร่อย แต่น้องเอฎาไม่สามารถทานได้
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องค้นหาขนมเค้กที่ลูกสามารถรับประทานได้ จนเมื่อเจอร้านที่ใช่และซื้อให้ลูกสาวรับประทานมาได้ 2 ปี ร้านนั้นก็หยุดกิจการ จึงคิดว่าจะต้องหาวิธีทำขนมเพื่อลูกเอง โดยหนึ่งในธุรกิจหลักของครอบครัว คือ โรงแรมแอสเทรา สาทร มีห้องทำขนมอยู่แล้ว จึงให้โจทย์กับเชฟไปว่า อยากให้ช่วยทำเค้กที่ไม่ใช้ทั้งแป้งสาลี ไม่ใส่ไข่ ไม่ใส่เนย ไม่ใส่กลูเตน ไม่ใส่ถั่ว ไม่มีส่วนประกอบของอาหารทะเล และที่สำคัญรสชาติต้องอร่อย มาพร้อมหน้าตาที่สวยงามไม่แพ้ขนมเค้กทั่วไป
“ก็ช่วยพัฒนาสูตรร่วมกับเชฟ โดยสังเกตว่าลูกยังกินข้าวได้ เลยให้ลองนำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แล้วก็ใช้กล้วยเป็นตัวประสานให้เป็นก้อน ซึ่งเวอร์ชั่นแรกๆ ยังไม่ค่อยดีเท่าไร ก็ลองพัฒนาไปเรื่อยๆ มีอยู่เวอร์ชั่นหนึ่งที่ค่อนข้างแปลกใจ ทำคัพเค้กออกมาพร้อมกันหลายก้อน ปรากฏว่าบางก้อนลูกทานแล้วแพ้ บางก้อนไม่แพ้ ก็น่าแปลกใจ จึงตัดสินใจให้แยกห้องทำ และอุปกรณ์ทุกอย่างจะไม่ปนกับของอื่นเลย ให้เป็นห้องคลีนรูม รวมถึงเชฟที่จะเข้ามาทำก็ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ด้วย เพราะเด็กที่เป็นภูมิแพ้ นิดเดียวก็แพ้แล้ว บางคนก็ทนได้ในระดับหนึ่ง แต่บางคนแค่ละอองเล็กน้อยก็แพ้แล้ว”
ปริญญา เล่าต่อว่า ครั้งแรกที่น้องเอฎาได้ทานขนมเค้ก เขาตื่นเต้นมาก สัมผัสได้เลยว่าเขามีความสุขมากที่สามารถทานเค้กได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ และน้องยังรู้สึกว่านี่คือเค้กพิเศษเฉพาะของตัวเอง ซึ่งตอนแรกไม่ได้จะทำเป็นธุรกิจ แต่พอทำให้ลูกแล้ว พ่อแม่ของเพื่อนลูกเห็นเค้กในงานวันเกิดลูก ก็อยากได้บ้าง เพราะลูกเขาก็แพ้เหมือนกัน ก็เริ่มสั่ง หลังจากนั้นก็บอกต่อ จนในที่สุดก็อยากแบ่งปันความสุขเล็กๆ ให้กับเด็กๆ ที่มีอาการแพ้เหมือนลูกสาว เพราะเด็กทุกคนอยากกินขนม เด็กบางคนที่แพ้หนักไม่เคยทานขนมเลยตั้งแต่เกิด บางคนแพ้หนักถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี
สำหรับร้านขนมไม่แพ้ จะขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ผ่าน www.allergyfreesweets.com และปัจจุบันก็มีเฟซบุ๊ก www.facebook.com/Allergyfreesweets ไม่มีหน้าร้าน สั่งแล้วจะรับสินค้าด้วยตัวเองได้ที่โรงแรมแอสเทรา สาทร หรือให้จัดส่ง คิดค่าบริการตามระยะทาง (กรณีเค้ก จะส่งเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น ส่วนต่างจังหวัด จะรับออร์เดอร์เฉพาะคุกกี้) ซึ่งด้วยต้นทุนสินค้าสูงมาก ธุรกิจร้านขนมไม่แพ้ จึงไม่ได้เน้นเรื่องทำกำไรหรือเพิ่มยอดขาย แต่เน้นการขายความสุขให้กับเด็กผู้แพ้นม
การที่เด็กๆ ผู้แพ้นมมีโอกาสได้ทานขนมเหมือนเด็กทั่วไป จะช่วยลดปมด้อยเรื่องแพ้นมและส่วนผสมในอาหารหลายอย่าง ซึ่งเรื่องทัศนคติของพ่อแม่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เมื่อทราบว่าลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องปรับทัศนคติเลยว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ เพราะทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองแพ้ แต่จะแพ้มากหรือแพ้น้อยอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในระยะยาว ถ้าดูแลดีๆ ให้ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตให้ปกติ เขาจะมีโอกาสหาย เช่นเดียวกับน้องเอฎาที่ปัจจุบันอายุ 7 ขวบ และมีอาการแพ้ลดลงเหลือเพียงแพ้ถั่วอย่างเดียวเท่านั้น







