
ส.ว.แนะรัฐถอยหลังพรก.คุมเหตุวุ่นวายไม่ได้
รองประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมืองวุฒิสภาแนะรัฐลองถอย ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังยังคมเหตุวุ่นวายไม่ได้ ชี้การปรองดองคือการให้อภัยแต่รัฐกลับไล่ล่าทำให้ประชาชนโกรธแค้น
รองประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมืองวุฒิสภาแนะรัฐลองถอย ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังยังคมเหตุวุ่นวายไม่ได้ ชี้การปรองดองคือการให้อภัยแต่รัฐกลับไล่ล่าทำให้ประชาชนโกรธแค้น
นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการฯมีมติเสนอให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากเห็นว่า กฎหมายพิเศษในลักาณะนี้มีข้อจำกัดโดยเฉพาะจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน การใช้พ.ร.ก.ไปเรื่อยๆไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เช่น ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เหตุระเบิดไม่เคยหายไป
"ที่สำคัญรัฐไม่เคยบอกได้ว่าความแตกต่างระหว่างการใช้กับไม่ใช้เป็นอย่างไร เหตุระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีราชดำริ ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครทำ แต่มีสมมติฐานไม่กี่อย่างคือ ต้องการให้บ้านเมืองวุ่นวาย ถามว่าคนทำหวังผลอะไร สมมติว่าเป็นฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลก็ต้องการท้าทายอำนาจรัฐ แต่ถ้าเป็นฝ่ายที่สนับสนุนรัฐก็เพื่อให้คง พ.ร.ก.ไว้"นายวิชาญกล่าว
นายวิชาญกล่าวอีกว่า ถ้าดูสถานการณ์แบบนี้ การมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ทั้งที่ขนสรรพกำลัง อำนาจ เงิน ลงไปเยอะ ฉะนั้นน่าจะถอยดูบ้าง รัฐบาลมีกลไกอยู่เต็มมือแต่ดูแลไม่ได้ก็ลองถอย ถ้ายกเลิกแล้วไม่ดีขึ้นก็ค่อยประกาศใช้ใหม่ก็ได้ หรือรัฐบาลกลัวว่าถอยแล้วจะไม่มีพื้นที่ให้ยืน จะให้เป็นประเทศประชาธิปไตยภายใต้พ.ร.ก.กันอย่างนี้อีกนานแค่ไหน
นอกจากนี้มีข้อสังเกตว่า ที่ไหนมีปัญหา หน่วยงานรัฐชอบ เพราะเคลื่อนย้ายเงิน อำนาจ กระบวนการจัดการลงไปได้เต็มที่โดยไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งอันตรายมาก และประเทศจะไม่มีความสงบเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งการปรองดองคือการให้อภัย แต่ขณะนี้มีแต่การไล่ล่า ซึ่งทำอะไรไม่ได้ อีกด้านหนึ่งกลับทำให้ประชาชนโกรธแค้นมากขึ้น และพร้อมท้าทายอำนาจรัฐ จึงขอให้รัฐบาลคิดถึงประเทศอย่ามองแค่ความอยู่รอดของรัฐบาล







