
กรธ. เคาะกกต.7 คน มีวาระ 7ปี
กรธ.ปฏิรูปองค์กรอิสระ ติดดาบให้ทำประมวลจริยธรรมนักการเมือง เคาะกกต.7 คน มีวาระ 7ปี
กรธ.ปฏิรูปองค์กรอิสระ ติดดาบให้ทำประมวลจริยธรรมนักการเมือง เคาะกกต.7 คน มีวาระ 7ปี
วันที่ 15 ม.ค. การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ทำหน้าที่ประธานในช่วงเช้าได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าฟังการประชุม โดยเป็นการพิจารณาเนื้อหาในหมวดว่าด้วยองค์กรอิสระ
ทั้งนี้ ในหลักการคณะกรธ.กำหนดให้การปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจ ต้องมีความกล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ สำหรับกระบวนการในการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ คณะกรธ.กำหนดให้คณะกรรมการสรรหากลางขึ้นมาทำหน้าที่สรรหากรรมการในองค์กรอิสระทุกองค์กร
คณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน 2.ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 3.ตุลาการในศาลปกครอง ที่ไม่ต่ำกว่าตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด 1 คน ซึ่งมาจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด 4.ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเลือกจากบุคคลภายนอก องค์กรละ 1 คน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการองค์กรอิสระของคณะกรรมการสรรหาต้องคัดสรรให้ได้บุคคลที่มีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ และพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม โดยนอกจากการประกาศรับสมัครแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาสรรหาจากบุคคลที่มีความเหมาะสมทั่วไปด้วย โดยเมื่อสรรหาเสร็จแล้วจะต้องให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบ
ขณะเดียวกัน คณะกรธ.ได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการและผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยธุรการขององค์กรอิสระ พร้อมกับต้องกำหนดว่าการฝ่าฝืนจริยธรรมใดมีลักษณะร้ายแรงและเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้มีผลใช้บังคับ ซึ่งมาตรฐานจริยธรรมที่จัดทำขึ้นจะบังคับกับสส. สว. และคณะรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตาม ในการจัดทำต้องรับฟังความคิดเห็นของสส. สว. และครม. แต่ไม่ห้ามสส. สว. หรือ ครม.ที่จะกำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน
จากนั้นคณะกรธ.เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาขององค์กรอิสระเป็นรายองค์กร เริ่มต้นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกรธ.กำหนดให้มีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี มีจำนวน 7 คน แบ่งเป็น ผู้ที่มีความรู้ในด้านวิชาการ เพื่อประโยชน์ด้านการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม และต้องมีสุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งคณะกรรมการสรรหาทำการสรรหา จำนวน 5 คน และผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวน 2 คน
สำหรับอำนาจหน้าที่ของกกต.นั้น คณะกรธ.บัญญัติเป็นหลักการว่าให้กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสส. และการได้มาซึ่งสว. การจัดให้มีการออกเสียงลงประชามติ ทำหน้าที่สืบสวนและไต่สวนการทุจริตเลือกตั้ง สั่งให้มีการเลือกตั้งหรือประชามติใหม่เพราะพบว่ามีการทุจริต สั่งระงับการใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมือง
นอกจากนี้ หากผลการสืบสวนหรือไต่สวนขอองหรือในกรณีที่กกต.พบเห็นการกระทำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้กกต.มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกตั้ง หรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้ง หรือลงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยหรือทุกหน่วย โดยกกต.ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรม เป็นกลาง มีความกล้าหาญ และปราศจากอคติในการใช้ดุลพินิจ
ต่อมาได้เข้าสู่การพิจารณาอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน







