posttoday
รองผวจ.เลย จ่อเคลียร์ 'ทุ่งคำ' จี้ถอนฟ้องเยาวชนวัย 15

รองผวจ.เลย จ่อเคลียร์ 'ทุ่งคำ' จี้ถอนฟ้องเยาวชนวัย 15

15 มกราคม 2559

รอง ผวจ.เลย อาสาเคลียร์ 'ทุ่งคำ' จ่อส่งตัวแทนระดับจังหวัดเจรจาเหมืองทอง จี้ถอนฟ้องเยาวชนอายุ 15 ปี ระบุ นี่ไม่ใช่เรื่องดีและไม่ใช่ความภาคภูมิใจของจังหวัด

รอง ผวจ.เลย อาสาเคลียร์ 'ทุ่งคำ' จ่อส่งตัวแทนระดับจังหวัดเจรจาเหมืองทอง จี้ถอนฟ้องเยาวชนอายุ 15 ปี ระบุ นี่ไม่ใช่เรื่องดีและไม่ใช่ความภาคภูมิใจของจังหวัด

ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2559 ณ ศาลากลางจังหวัดเลย ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีบริษัททุ่งคำ จำกัด ได้ยื่นฟ้องเยาวชนอายุ 15 ปี ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ภายหลังเยาวชนได้นำเสนอข้อมูลผลกระทบจากกิจการเหมืองทองคำผ่านทางรายการนักข่าวพลเมือง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นการรับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยวาจาเพิ่มเติม จากที่ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เคยร้องเรียน กสม.มาแล้วเมื่อปี 2555 ก่อนจะยื่นคำร้องเพิ่มเติมกรณีเยาวชนถูกฟ้องร้องอีกครั้งในวันที่ 21 ธ.ค.2558

นายเสน่ห์ นนทโชติ รอง ผวจ.เลย กล่าวต่อที่ประชุมว่า จะรับเรื่องบริษัททุ่งคำฟ้องร้องเยาวชนอายุ 15 ปี ไปพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เบื้องต้นได้ฝากผู้แทนกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ซึ่งคุ้นเคยกับบริษัททุ่งคำเป็นอย่างดี ไปพูดคุยกับบริษัททุ่งคำเพื่อให้ถอนฟ้อง เพราะเยาวชนรายนี้ก็เป็นลูกหลานของชาว จ.เลย เช่นกัน

“สิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่เรื่องดีและคงไม่ใช่เรื่องที่ภาคภูมิใจของ จ.เลย ฉะนั้นหลังจากนี้ทางจังหวัดจะมาช่วยหาทางออก โดยเบื้องต้นจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคดีของเยาวชนอายุ 15 ปี เสนอต่อผู้ว่าฯ ในฐานะพ่อเมืองก่อน หลังจากนั้นก็จะพิจารณาว่าจะส่งใครไปพูดคุยกับบริษัททุ่งคำเพื่อให้ถอนฟ้อง ซึ่งคนที่จะไปพูดคุยต้องเหมาะสมและมีโอกาสเจรจาสำเร็จ ”นายเสน่ห์ กล่าว

นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนฯ กล่าวว่า กรณีเหมืองทุ่งคำจะเป็นกรณีตัวอย่างของประเทศไทย ที่ตัวแทนจังหวัดเลยจะทำหน้าที่ปกป้องสิทธิชาวบ้านและสิทธิชุมชน

นางปาณิศา อุทังบุญ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย (สสจ.เลย) กล่าวว่า ผลการตรวจร่างกายประชาชนในพื้นที่รอบเหมืองทองคำปี 2558 พบว่ามีผู้ที่ต้องสงสัยว่าอาจจะได้รับพิษจากอาร์เซนิก (สารหนู) จำนวน 25 ราย จากผู้ที่เข้าตรวจกว่า 400ราย ขณะที่ในปี 2557 พบผู้ป่วยแล้ว 21 ราย รวมทั้งสิ้น 46 ราย สำหรับผลการตรวจสารไซยาไนด์ไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด

“ส่วนการตรวจตัวอย่างสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น พืช ผัก และสัตว์ ซึ่งมีการตรวจซ้ำถึง 4 ครั้ง ตลอดปี 2553-2554 พบว่ามีเพียงหอยขมและปูเท่านั้นที่มีปริมาณสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ส่วนพืช ผัก และอาหารอื่นๆ ไม่พบสารพิษเกินค่ามาตรฐาน แต่ในปัจจุบันไม่มีหอยขมในพื้นที่อีกแล้ว”นางปาณิศา กล่าว

นายเฉลี่ยว ลีสง่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 9 อุดรธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการตรวจพบไซยาไนด์เกินค่ามาตรฐานเป็นจุดๆ อาทิ ในบ่อสังเกตการณ์รอบเหมือง และลำห้วยเหล็กซึ่งเป็นแหล่งน้ำของชุมชน แต่เมื่อน้ำจากลำห้วยเหล็กไหลลงไปสู่ลำห้วยฮวยกลับพบว่าค่าไซยาไนด์ลดลงไปอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน นั่นเพราะไซยาไนด์ใช้เวลาสลายตัวได้เองภายใน 30 นาที อย่างไรก็ตามพบว่าแนวโน้มการพบโลหะหนักจะเพิ่มขึ้น

ด้านนายธีรเดช วิฑิตธรรมคุณ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ได้มอบหมายให้ นายปกร พูนผล วิศวกรรมเหมืองแร่ชำนาญการ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ เขต 2 อุดรธานี ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นมีการลักลอบดำเนินกิจการเหมืองทองคำในช่วงกลางคืน โดยอ้างว่าเป็นการซ่อมแซมบ่อกักเก็บแร่ ซึ่ง นายปกร กล่าวว่า มีโอกาสได้เข้าไปในเหมืองเฉพาะช่วงกลางวัน พบว่าเหมืองทองคำไม่มีการดำเนินการใดๆ

นายปกร กล่าวอีกว่า บริษัททุ่งคำมีประทานบัตรในพื้นที่ 6 แปลง ซึ่งจะหมดอายุประมาณปี 2570 โดยแต่ละแปลงอยู่ในพื้นที่ป่าไม้จึงต้องมีการขออนุญาตใช้ประโยชน์ ปัจจุบันพบว่าบางแปลงการขออนุญาตหมดอายุไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้ประโยชน์ต่อไป นั่นจึงทำให้บริษัททุ่งคำไม่สามารถเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ในบางแปลงได้

นายพสธร ไชยศึก เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมจังหวัด กล่าวว่า เมื่อใบอนุญาตของบริษัททุ่งคำหมดอายุแล้ว ตามกฎหมายก็ต้องออกจากพื้นที่ แต่ก่อนหน้านั้นบริษัททุ่งคำได้ยื่นขอต่อใบอนุญาตไว้อย่างถูกต้อง ซึ่งกรมป่าไม้เองก็ยังไม่ได้อนุญาต นั่นหมายความว่าปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นสิทธิของกรมป่าไม้ ดังนั้นเมื่อเข้าไปในพื้นที่จึงผิดกฎหมาย แต่เมื่อบ่อกักเก็บแร่มีปัญหาก็จำเป็นต้องเข้าไปซ่อมเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่