
สำลัก2หมื่นล.
ซื้อยางดันราคาขึ้นแล้ว 2 บาทเศษ เอกชนส้มหล่นงบสร้างถนนกว่า 2 หมื่นล้าน
ซื้อยางดันราคาขึ้นแล้ว 2 บาทเศษ เอกชนส้มหล่นงบสร้างถนนกว่า 2 หมื่นล้าน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพารา ว่า ที่ประชุมเห็นชอบที่จะรับซื้อแผ่นยางดิบในราคากิโลกรัมละ 45 บาท ใช้เงิน 4,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ ส่วนน้ำยางสดและยางก้นถ้วยจะซื้อในราคาลดหลั่นลงไป โดยปริมาณการรับซื้อเบื้องต้นในระยะ 3 เดือนจะตก 1 แสนตัน และผลของมาตรการนี้ทำให้ยางราคาขึ้นไปแล้วกิโลกรัมละ 2 บาทเศษ
สำหรับวิธีการซื้อยางนั้น พล.อ.ประวิตร ชี้แจงว่า องค์การคลังสินค้า (อคส.) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะบูรณาการการทำงานร่วมกันในการซื้อโดยตรงจากเกษตรกร หากส่วนไหนมีความพร้อมก็ซื้อได้ทันที และเมื่อซื้อแล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นตัวกลางบูรณาการในการจัดการตามความต้องการใช้ยางของแต่ละหน่วยงาน
แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า มาตรการซื้อยางดันราคาแม้จะทำให้ต้นทุนในการดำเนินการสร้างถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่มีการผสมของยางพารา แต่บรรดาผู้รับเหมาและผู้ประกอบการยางพาราแอสฟัลติกจะมีงานเพิ่มขึ้น จากการเร่งสร้างถนนของ อปท.ทั่วประเทศ โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทยนั้น ได้ตั้งวงเงินซื้อยางพาราเพื่อใช้ในการก่อสร้างถนน แผ่นปูรองพื้น รวม 1.1 หมื่นล้านบาท
ด้าน นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะเชิญผู้ประกอบการที่ผลิตยางแอสฟัลท์มาหารือเพื่อขอความร่วมมือในการซื้อน้ำยางพาราจากเกษตรกรโดยเร็ว เพื่อนำมาเป็นวัสดุในการพัฒนาถนนและปรับปรุงผิวทาง และจะทำให้การจัดซื้อยางพารามาเป็นวัสดุผสมในโครงการต่างๆ ของรัฐมีภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยกระทรวงคมนาคมจะมีคำสั่งซื้อกว่า 2 หมื่นตัน เพื่อใช้ในงานของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท วงเงินรวม 1.02 หมื่นล้านบาท
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า คมนาคมจะซื้อยางพารามาใช้ในงานสร้างถนน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะใช้ยางพาราเพื่อผลิตงานหลายอย่าง เช่น แผ่นปูรองพื้นสนามเด็กเล่น ถนนของท้องถิ่น เบื้องต้นจะมีมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท







