posttoday
กรธ.เคาะศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง

กรธ.เคาะศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง

12 มกราคม 2559

โฆษก เผย กรธ.เห็นชอบศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง แต่ต้องให้อัยการกลั่นกรองก่อน ยันให้เสรีภาพสื่อเต็มที่ ระบุเฮตสปีทไม่คุมเชิงลึก

โฆษก เผย กรธ.เห็นชอบศาลรธน.มีอำนาจชี้ขาดปมล้มล้างการปกครอง แต่ต้องให้อัยการกลั่นกรองก่อน ยันให้เสรีภาพสื่อเต็มที่ ระบุเฮตสปีทไม่คุมเชิงลึก

วันที่ 12 ม.ค. นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรธ.เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 48/1ว่าด้วยการให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำเกี่ยวกับการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นการนำมาตรา68ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 มาปรับใช้

นายอุดม กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ประชาชนจะสามารถยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้นั้นจะต้องให้อัยการสูงสุดพิจารณาภายใน30วันก่อน หากอัยการสูงสุดพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายใน30วัน หรือ อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง ประชาชนถึงจะยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้

"สาเหตุที่อัยการสูงสุดมีอำนาจหน้าที่กลั่นกรองก่อน เพราะไม่ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีภาระมากเกินไป ซึ่งอัยการสูงสุดมีหน้าที่ตรวจสอบข้อสอบข้อเท็จจริง" นายอุดม กล่าว

โฆษกกรธ. กล่าวว่า ยืนยันว่าโทษของการยุบพรรคการเมืองในฐานะที่เป็นผู้กระทำผิดยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะไปในบัญญัติในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ขณะเดียวกัน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีความผิด ก็สามารถนำไปดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาได้ต่อไป

นายอุดม กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุผลที่คณะกรธ.นำกรณีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือที่รู้จักกันในนามรัฐธรรมนูญมาตรา7 ไปไว้ในหมวดของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากที่ผ่านรัฐธรรมนูญมาตรา7จะถูกบัญญัติไว้ในบททั่วไปของรัฐธรรมนูญ ส่ง ผลให้เวลามีปัญหาก็ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาทำหน้าที่ชี้ขาด ดังนั้น กรธ.เห็นควรนำไปไว้ในหมวดศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดผลบังคับใช้ต่อไป

สำหรับเรื่องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน นายอุดม กล่าวว่า การกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ซื้อโฆษณาลงในพื้นที่สื่อมวลชนต้องเปิดเผยการใช้งบประมาณ ไม่ได้มีเจตนาจะแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน แต่ต้องการให้หน่วยงานของรัฐแสดงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ เพราะคณะกรธ.วางหลักประกันให้สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพเหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า การกำหนดให้สื่อของรัฐมีสิทธิและเสรีภาพเหมือนกับสื่อของเอกชน แต่ให้สื่อของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจและวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน จะถือเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงสื่อของรัฐจนกลายเป็นเครื่องมือในทางการเมืองหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องมองในหลายแง่มุม โดยอาจมองได้ว่าในเมื่อสื่อของรัฐมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐก็ต้องปฏิบัติตามนั้น แต่ในอีกแง่หนึ่งฝ่ายการเมืองในฐานะผู้ทำหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลก็ไม่สามารถแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่สื่อของรัฐได้ เนื่องจากคณะกรธ.ได้รับรองให้สื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐมีเสรีภาพ

เมื่อถามว่า การวางมาตรการป้องกันไม่ให้มีการสร้างความเกลียดชังในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ตรงนี้จะครอบคลุมไปถึงการพาดหัวข่าวของสื่อมวลชนหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญคงไปกำหนดรายละเอียดมากไม่ได้ แต่คณะกรธ.มองการพาดข่าวด้วยใช้ภาษาบางภาษาเป็นส่วนเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ เพียงแต่การฝช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายดังกล่าวก็ไม่ควรมีลักษณะยั่วยุเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่