
สกลมหาสังฆปริณายก
ในฐานะชาวพุทธเห็นแล้วปลื้มอย่างสุดหัวใจ
โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง
ในฐานะชาวพุทธเห็นแล้วปลื้มอย่างสุดหัวใจ กับการพิธีต้อนรับพระอัฐิของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ญี่ปุ่นจัดขึ้น เพื่อนำไปประดิษฐานที่วัดเนนบุตซึสุ กรุงโตเกียว พิธีรับพระอัฐิจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ซึ่งนอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่ขอรับพระอัฐิไปไว้สักการะ
ความเคารพเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระญาณสังวร พระสังฆราชของชาวพุทธไทย ที่ชาวต่างชาติให้ความเคารพนั้น เกิดจากวัตรปฏิบัติของพระองค์ท่านที่งดงามหาที่ติมิได้ เป็นแบบอย่างของนักบวชในพุทธศาสนา
พระองค์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ความเคารพเลื่อมใสไม่ได้เกิดจากการมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ไม่ได้เกิดจากการมีรถยนต์หรูๆ ไม่ได้เกิดจากละเลยการปฏิบัติหน้าที่เพราะได้รับอามิสสินจ้าง ไม่ได้เกิดจากการชื่นชมยินดีที่ได้เดินบนกลีบดอกไม้บนพื้นถนน พระองค์ท่านเป็นที่เคารพสักการะของชาวพุทธทั่วโลก เพราะพระองค์ท่านเป็นพระสุปฏิปันโน ปฏิบัติตรงปฏิบัติชอบตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติพระองค์อย่างเรียบง่ายไม่ได้ขวนขวายแสวงหาลาภสักการะใดๆ
ตำแหน่งสมเด็จพระสังราช ไม่ใช่เป็นเพียงประมุขของคณะสงฆ์เท่านั้น แต่ยังทรงดำรงอยู่ในตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายกด้วย ซึ่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 8 ได้อธิบายไว้ว่า “สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ทรงบัญชาการคณะสงฆ์ และทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม”
ความหมายง่ายๆ คือ นอกจากจะทรงเป็นประมุขของสงฆ์แล้ว ยังใช้อำนาจปกครองคณะสงฆ์ด้วย การพิจารณาแต่งตั้งพระรูปใดเป็นสมเด็จพระสังฆราช จึงต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ พิจารณาให้รอบด้าน ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสูงสุดนี้ จะต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งพระไม่ว่าธรรมยุตหรือมหานิกาย และฆราวาส
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม ความสงบสุขของศาสนจักรและอาณาจักร เหมาะสมที่จะเป็นราชาของหมู่สงฆ์ และเหมาะสมที่จะปกครองคณะสงฆ์ ทั้งนี้เพราะผู้ที่ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชจะดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายกด้วยนั่นเอง
การกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งพระสังฆราช จึงไม่ควรกำหนดตายตัวจากผู้ที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ว่า พระที่บวชนาน บวชก่อนคนอื่น จะเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเหนือพระอื่น ยิ่งในยุควัตถุนิยมครอบงำสังคม ไม่เว้นแม้แต่กับวงการสงฆ์ ย่อมเป็นโอกาสให้ผู้ปรารถนาอำนาจวาสนา สามารถจัดตั้งคนของตนเองเข้ามาปกครองคณะสงฆ์ได้
หลักเกณฑ์การตั้งพระสังฆราชตามกฎหมายเดิมนั้น ดีอยู่แล้ว ดีด้วยประการทั้งปวง ดีเพราะเป็นพระราชอำนาจของพระราชา ดีเพราะจะได้พระผู้เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งสูงสุด พระที่ท่านปฏิบัติดียึดหลักธรรมวินัย ท่านไม่มาชิงดีชิงเด่น ไม่มาแก่งแย่งตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ ซึ่งเป็นเพียงหัวโขน เป็นเรื่องของคนที่ยังมีความทะเยอทะยาน มีโมหะหลงติดยึดเอาหัวโขนเป็นสรณะ
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชครั้งนี้ แม้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่แก้ไขเมื่อปี 2535 สมัย อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้มหาเถรสมาคมเสนอชื่อพระสมเด็จที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เพียงรูปเดียวให้เป็นพระสังฆราช แต่กฎหมายก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเสนอเมื่อไร
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดในวันนี้คือ แม้ยังไม่มีการเสนอชื่อ ก็เกิดความแตกแยกกันแล้ว เหตุผลของผู้ที่คัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จช่วง แห่งวัดปากน้ำ เป็นเหตุผลที่มีความปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนา โดยในทางโลก สมเด็จช่วงถูกกล่าวหาเรื่องการครอบครองรถหรูจดประกอบ ในทางธรรม ถูกกล่าวหาว่าเป็นธรรมกาย สนับสนุนธรรมกาย ปกป้องธัมมชโย ละเลยไม่ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช
ถ้าจะถามว่า เป็นธรรมกายแล้วมันผิดตรงไหน คำตอบก็คงต้องกลับไปอ่านพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งถือเป็นบัญชาของพระองค์ท่านว่า ธัมมชโยผิด 2 เรื่อง คือ ยักยอกทรัพย์ และสอนผิด
แล้วธัมมชโยสอนอะไรที่ผิด กรรมการมหาเถรสมาคมคงรู้ดีว่า ธัมมชโยสอนวิชาธรรมกาย วิชาเดียวกับที่สมเด็จช่วงสอน ถ้ากรรมการมหาเถรสมาคมไม่ทราบว่า ธัมมชโยสอนอะไรที่ผิด ก็ให้ไปถาม พชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด ที่ถอนฟ้องธัมมชโย โดยเหตุผลหนึ่งคือ ได้กลับมาสอนถูกต้องแล้ว
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ควรจะเป็นมงคลสำหรับชาวพุทธ เหมือน 19 ครั้งที่ผ่านมา นั่นเป็นเพราะเราเคารพในพระราชอำนาจ มหาเถรสมาคมเสนอชื่อพระราชาคณะขึ้นไปหลายรูป ให้พระมหากษัตริย์ทรงเลือกที่จะตั้งพระรูปใดเป็นสมเด็จพระสังฆราช ไม่ใช่ไปบังคับให้พระองค์ท่านต้องตั้งตามที่เสนอ
หลักเกณฑ์ที่แก้ไขนี้ สร้างปัญหาความแตกแยกตั้งแต่ยังไม่ได้นำมาใช้จริง หลักเกณฑ์ต่างๆ สร้างขึ้นโดยมนุษย์ หลักเกณฑ์ใดที่ไม่เหมาะสม ย่อมจะแก้ไขได้ เมื่อสมัยอานันท์แก้หลักเกณฑ์เป็นการบังคับ สมัยประยุทธ์จะแก้ให้เป็นกว้างกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้หรือ
การใช้มาตรา 44 แก้มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด แต่เป็นการสร้างความปรองดองให้กับชาวพุทธทั้งพระทั้งฆราวาส และเชื่อมั่นได้ว่า เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจเลือกพระรูปใดเป็นพระสังฆราชแล้ว จะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
แม้จะยังไม่มีตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช แต่คณะสงฆ์จะยังคงบริหารงานได้ตามปกติ เพราะมีตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนได้อยู่แล้ว
ตำแหน่งพระสังฆราช ถ้าบารมีไม่ถึง จะรับการเคารพกราบไหว้จากทั้งพระและฆราวาสได้หรือ







