
ลั่นตั้งสังฆราชต้องไม่ขัดแย้ง
นายกฯ ต้องชี้ตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ต้องดูเหมาะสม สถานการณ์ และไม่ควรขัดแย้ง
นายกฯ ต้องชี้ตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ต้องดูเหมาะสม สถานการณ์ และไม่ควรขัดแย้ง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หากจะชะลอการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ในวันที่ 11 ม.ค.ออกไปก็ต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้น ไม่ใช่เพราะกระแสคัดค้านการแต่งตั้ง สมเด็จพระ
มหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ไม่เช่นนั้นก็ต้องชะลอทุกอย่างหมด เพราะทุกคนก็จะสร้างกระแสขึ้นมา
นายวิษณุ กล่าวว่า มาตรา 7 ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ระบุเงื่อนไขการชะลอเสนอชื่อการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1.เป็นอำนาจของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งถ้าไม่ประชุม หรือไม่เสนอก็เดินหน้าต่อไม่ได้ 2.หาก มส.ประชุมแล้ว เสนอมาที่นายกฯ แต่ นายกฯ ไม่ใช่ว่าได้รับอะไรมาแล้วเสนอไปหมด เพราะต้องมีการตรวจสอบด้วย
อย่างไรก็ตาม กรณีของสมเด็จพระสังฆราชไม่ได้แต่งตั้งเหมือนข้าราชการหรือรัฐมนตรี ที่ถ้านำขึ้นทูลเกล้าฯ และทรงลงพระปรมาภิไธยลงมาถือว่าจบ แต่กรณีนี้ยังมีขั้นตอนอีก โดยภายหลังทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วจะต้องมีการประกาศสถาปนาและมีพระราชพิธี ตลอดจนต้องประกอบพระราชพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แล้วการที่จะเรียกคนมาที่พระที่นั่งฯ จะต้องมีวโรกาส ทั้งหมดคือ สิ่งที่นายกฯ เมื่อได้รับมาจาก มส.จะต้องคิด และขั้นตอนที่ 3 คือ เป็นขั้นตอนของพระราชอำนาจ
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ ข้อกฎหมาย และความเหมาะสม ถ้ายังมีปัญหา หรือมีความขัดแย้งต้องทำให้คลี่คลายให้ได้ก่อน
นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์เอกพระธัมมชโย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเหมาะสมในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ เนื่องจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ยังมีมลทินหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีครอบครองรถหรูที่คดีความยังอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงเข้าไปพัวพันกับพระธัมมชโย ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ ที่สำคัญเรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชที่ระบุว่าพระธัมมชโยปราชิก แต่ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่ฏิบัติตามและเพิกเฉยต่อพระบัญชา
พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้พระสงฆ์กำลังอดทน ยอมให้กลุ่มนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสปช.ซึ่งเป็นกลุ่มน้อย แสดงละครน้ำเน่าไปก่อน แต่ถ้าวันใดเหิมเกริม กลุ่มพระสงฆ์คงทนกันไม่ไหว จึงขอให้หยุดป้ายสีพระมหาเถระผู้ใหญ่ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นชนวนนำไปสู่สังฆเภทครั้งใหญ่ได้







