posttoday
จากรั้วอาชีวะ สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

จากรั้วอาชีวะ สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

04 มกราคม 2559

ก้าวสู่ปีที่ 2 โครงการอาชีวะสร้างชาติด้วย “วิถีเพียงพอตามพ่อสอน”

โดย...[email protected]

ก้าวสู่ปีที่ 2 โครงการอาชีวะสร้างชาติด้วย “วิถีเพียงพอตามพ่อสอน” โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และมูลนิธิบิ๊กซีไทย จัดกิจกรรมการประกวดโครงงานระดับนักเรียนนักศึกษาที่เน้นการปฏิบัติจริง สามารถนำองค์ความรู้ต่อยอดสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการรวมกว่า 1.5 ล้านบาท

โครงการอาชีวะสร้างชาติด้วย “วิถีเพียงพอตามพ่อสอน” เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อการศึกษาที่มูลนิธิบิ๊กซีมีส่วนสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มเปิดรับสมัครโครงการเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่หนึ่ง ธุรกิจบริการ คหกรรม ศิลปกรรม ประเภทที่สอง อุตสาหกรรม และประเภทที่สาม เกษตรกรรม มีวิทยาลัยที่ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 54 แห่ง มีสถานศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกเพื่อรับทุนสนับสนุนการดำเนินงาน รวม 9 วิทยาลัย

หลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ได้รับรางวัล ประกอบด้วย  1.หลักการสืบสาน ส่งเสริม และดำเนินการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.ความคิดสร้างสรรค์ 3.เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4.ความยั่งยืนของโครงการ 5.การใช้วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน 6.ความชัดเจนของการต่อยอดโครงการที่นำเสนอ 7.ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณที่จะได้จากโครงการระยะสอง 8.ประโยชน์ของโครงการที่มีต่อนักเรียน นักศึกษา สถานศึกษา และชุมชน ของโครงการที่นำเสนอ 9.การมีส่วนร่วมของชุมชน นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรภายในสถานศึกษา

ในปีนี้โครงการที่ได้รับรางวัล ได้แก่ ประเภทธุรกิจบริการ คหกรรม ศิลปกรรม รางวัลชนะเลิศ โครงการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะเพ้นท์-ปักเลื่อมดีไซน์ (วิทยาลัยการอาชีพนาทวี) รองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการผ้าทอมือทฤษฎีแห่งการประยุกต์ (วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง) รองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการตัดเย็บชุดสตรีจากใบยางพารา (วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี) 

ประเภทอุตสาหกรรม รางวัลชนะเลิศ โครงการปรับปรุงระบบการบำบัดน้ำเสียในชุมชนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ของกลุ่มอาคาร (วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการเครื่องมือฉีกพูทุเรียน (วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด) รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 โครงการเครื่องสลายต้นผักตบชวา (วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี แห่งที่ 2)

ขณะที่ประเภทเกษตรกรรม รางวัลชนะเลิศ โครงการบูรณาการเลี้ยงมดแดงเพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืน (วิทยาลัยเทคนิคตระการพืชผล) รองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์สู่เกษตรกรอย่างยั่งยืน (วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบางไทร) รองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการ Corn flakes the Series By GABA rice (วิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภู)

รางวัลชนะเลิศ จะได้รับรางวัลสำหรับสถานศึกษา จำนวน 1 แสนบาท รางวัลสำหรับนักเรียน นักศึกษา จำนวน 2 คน คนละ 8,000 บาท และการศึกษาดูงานที่วิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง และวิทยาลัยรีพับลิค โพลีเทคนิค ประเทศสิงคโปร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลสำหรับสถานศึกษา จำนวน 5 หมื่นบาท รางวัลสำหรับนักเรียน นักศึกษา จำนวน 2 คน คนละ 6,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รางวัลสำหรับสถานศึกษา จำนวน 3 หมื่นบาท รางวัลสำหรับนักเรียน นักศึกษา จำนวน 2 คน คนละ 5,000 บาท

รำภา คำหอมรื่น กรรมการและผู้แทนประธานมูลนิธิบิ๊กซีไทย กล่าวว่า จากผลการลงพื้นที่ของคณะกรรมการตัดสิน พบว่าองค์ความรู้ซึ่งได้จากการคิดค้น วิจัย ของวิทยาลัยสังกัดอาชีวศึกษา มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา และชุมชน ทั้งการช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และช่วยลดต้นทุนให้แก่ชุมชน อีกทั้งช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้แก่นักเรียน นักศึกษา รวมถึงช่วยหารายได้ระหว่างเรียนของนักเรียนอีกด้วย

“ปีนี้ถือเป็นปีที่สองต่อเนื่อง ที่มูลนิธิพยายามปรับปรุงแก้ไขโครงการให้เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาและนักเรียน นักศึกษา ซึ่งมูลนิธิมุ่งส่งเสริมและต่อยอดองค์ความรู้หลายอย่าง ไม่ให้จำกัดอยู่เฉพาะในสถานศึกษา พร้อมกับการเผยแพร่ไปยังชุมชน และสาธารณชนในวงกว้างอย่างเต็มมรรคผล  มูลนิธิคาดหวังให้โครงการนี้เข้ามาเป็นอีกแรงผลักดันและกระตุ้นให้ทุกคนเห็นความสำคัญกับองค์ความรู้จากวิทยาลัย ให้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน โดยนักเรียน นักศึกษา ชุมชน และสังคมในท้ายที่สุด”

ด้านทีมชนะเลิศประเภทเกษตรกรรม โครงการพัฒนาองค์ความรู้สู่ชุมชน บูรณาการเลี้ยงมดแดงเพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืน วิทยาลัยเทคนิคตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ประกอบด้วย อาจารย์ระเบียบ ลำงาม ชไมพร สิงสีทา และธัญธิญา ศิริญาณ กล่าวว่า เนื่องจากการบำรุงมดแดงด้วยอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบใกล้ตัว มีส่วนช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวอีสาน เมื่อสามารถขยายเวลาเก็บไข่มดแดงได้มากกว่าช่วงฤดูกาลปกติ ด้วยความมุ่งมั่นว่าเมื่อคนในชุมชนมีรายได้ดี  จะไม่ทิ้งถิ่นฐานไปทำงานในเมืองหรือพื้นที่อื่น

“การเลี้ยงมดแดงเป็นวิถีชีวิตคนอีสานและคนทางภาคเหนือ มีต้นไม้มดแดงก็อยู่แล้ว แค่เลี้ยงให้ถูกวิธี  ปกติมดแดงมีไข่เดือน มี.ค.-พ.ค. สูงสุด 3 เดือน ถ้าให้อาหารมดแดงจะให้ไข่มากกว่าปล่อยตามธรรมชาติจะมีไข่ได้นานถึง 7-8 เดือน  อาหารมดแดงมาจากสิ่งรอบตัว เช่น หอยเชอร์รี่ โครงไก่ แมลง ฯลฯ โครงการนี้นักศึกษาจะเป็นผู้ไปถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชน สอนทั้งระบบนิเวศ การเลี้ยง การถนอมอาหาร”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69