posttoday
การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

04 มกราคม 2559

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

วันนี้เป็นวันจันทร์แรกของปีพุทธศักราช 2559 ยังอยู่ในบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่สากล จึงขอถือโอกาสนี้ สวัสดีปีใหม่ และขอให้ท่านผู้อ่านประสบความสำเร็จ สมปรารถนาในสิ่งที่ถูกต้องดีงามตลอดไป

ความเป็นจริงแล้ว ปีใหม่กับปีเก่าไม่ได้มีความต่างกันเลย ยังคงมีมืดกับแจ้งเหมือนกัน มีเพียงตัวเลขปีที่ผู้คนเรียกขานกัน เพิ่มขึ้นอีก 1 เลข ฉะนั้น สำหรับเด็กๆ เมื่อขึ้น
ปีใหม่จะรู้สึกว่าโตเป็นผู้ใหญ่อีกปีแล้ว แต่ผู้ใหญ่จะรู้สึกว่าแก่ลงไปอีกปี ในขณะที่คนแก่มักจะพูดคุยกันว่าใกล้วันตายไปอีกปีแล้ว

ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ชาวพุทธเรานิยมทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นกำลังใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งการแข่งขันไปสู่ปลายทางเดียวกัน ในโอกาสอย่างนี้ จึงขอคุยกับท่านผู้อ่านด้วยเรื่องของพระศาสนา

ชาวพุทธเราเพิ่งจะผ่านพ้นงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นความสูญเสียพระผู้ทรงคุณอันประเสริฐในฐานะประมุขสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ประวัติของพระองค์ท่านถูกนำเสนอในสื่อต่างๆ อย่างแพร่หลายแล้ว

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงปกครองสงฆ์ด้วยพระองค์เอง จนพุทธศาสนามั่นคงเป็นปึกแผ่น ด้วยพุทธบริษัทสี่ อันประกอบด้วยภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ที่เข้าใจหลักธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์ได้แสดงไว้จนสามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้คนรุ่นหลังสามารถเข้าถึงได้ จนพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองคงอยู่มาจนถึงรุ่นพวกเราในปัจจุบัน

การปกครองสงฆ์ภายหลังจากพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว เป็นการปกครองโดยใช้หลักธรรมเป็นใหญ่ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้กับพระอานนท์ว่า ธรรมก็ดี วินัยก็ดี อันเราได้แสดงแล้ว ได้ตรัสแล้ว แก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยเหล่านั้นจักเป็นศาสดาแก่เธอทั้งหลาย โดยการล่วงไปแห่งเรา

ถ้าจะเปรียบเทียบกับการปกครองในสมัยใหม่ก็ต้องเรียกว่า เป็นการปกครองโดย นิติรัฐ หรือหลักนิติธรรม คือการยึดถือกฎเกณฑ์ หรือกฎหมาย เป็นใหญ่ ผู้ปกครองต้องอยู่ใต้กฎหมาย ปกครองภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่มีกฎกู-กฎมึง เมื่อทำผิดก็ยอมรับความผิด ไม่หนีอาญาแผ่นดินออกไปนอกประเทศ แล้วร้องด่ากระบวนการยุติธรรมของบ้านตนเอง 

การปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่มีตำแหน่งทางปกครองใดๆ ไม่มีตำแหน่งพระสังฆราช ไม่มีตำแหน่งสมเด็จ ไม่มีตำแหน่งพระครู เป็นการเคารพกันตามอาวุโส โดยถือหลักธรรมเป็นใหญ่

ตามประวัติเท่าที่มีหลักฐาน ตำแหน่งพระสังฆราช น่าจะรับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนาลังกาวงศ์ ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อัญเชิญให้มาเผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศไทย โดยมีหลักฐานในหลักศิลาจารึกว่า “พระนครสุโขทัย มีสังฆราช มีปู่ครู มีมหาเถร มีเถร” หลังจากนั้นตำแหน่งพระสังฆราชก็มีอยู่คู่สยามประเทศจนถึงทุกวันนี้

ตำแหน่งหรือสมณศักดิ์ของพระภิกษุ ไม่มีในพระไตรปิฎก แต่เนื่องจากพระมหากษัตริย์ของไทยตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นต้นมา นอกจากจะดูแลทุกข์สุขของปวงประชาชนแล้ว ยังให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนา ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการปกครองประเทศตลอดมา 

ในสมัยตั้งกรุงธนบุรีในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ตั้งปณิธานว่า อันตัวพ่อ ชื่อว่า “พระยาตาก” ทนทุกข์ยาก กู้ชาติพระศาสนาถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา แด่พระศาสดาสมณะพระพุทธโคดมให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปี สมณะพราหมณ์ชีปฏิบัติให้พอสมเจริญสมถะวิปัสสนาพ่อชื่นชม ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดาคิดถึงพ่อ พ่ออยู่คู่กับเจ้า ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนาพุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตรา พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน

การสถาปนากรุงเทพมหานครของพระพุทธธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็เช่นกัน ทรงตั้งปณิธานไว้ว่า ตั้งในจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา จะป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรีฯ

แม้พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ก็ทรงให้ความสำคัญและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ประเทศไทย พระองค์ถวายความเคารพด้วยการยกย่อง โดยแต่งตั้งสมณศักดิ์ให้กับพระที่พระองค์นับถือ การแต่งตั้งหรือสถาปนาตำแหน่งพระสังฆราช หรือสมเด็จพระสังฆราช รวมถึงการตั้งสมณศักดิ์ของพระในตำแหน่งต่างๆ จึงเป็นไปตามพระราชจะอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์

แม้ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชก็ยังเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ที่บัญญัติว่า “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช”

จนต่อมาเมื่อปี 2535 ในสมัย อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการแก้ไขมาตรา 7 โดยเพิ่มเป็นวรรคสอง กำหนดหลักเกณฑ์การสถาปนาดังนี้

“มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง

ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช”

การแก้ไขในครั้งนั้นมีผู้วิเคราะห์ว่า เป็นความต้องการตำแหน่งของสมเด็จบางองค์ จึงต้องล็อกสเปกไว้

การแต่งตั้งพระสังฆราชที่ผ่านมา มหาเถรสมาคมจะเสนอชื่อพระเถรให้พระมหากษัตริย์ไม่น้อยกว่า 2 องค์ เพื่อให้ทรงเลือกตามพระราชอัธยาศัย แต่ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เมื่อปี 2535 เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ตายตัวว่าให้เสนอชื่อพระสมเด็จที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เพียงองค์เดียวเท่านั้น เท่ากับบังคับว่าจะทรงสถาปนาได้เฉพาะผู้ที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เท่านั้น

ผู้ที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ หมายถึงผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นสมเด็จนานที่สุด ซึ่งในโครงสร้างอย่างนี้ ทำให้ลัทธิขายบุญสามารถยึดครองคณะสงฆ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ต้องยอมรับว่า พระผู้ใหญ่บางรูปยังหลงในลาภสักการะ ยังหลงในยศถาบรรดาศักดิ์ จึงตกอยู่ใต้อิทธิพลของลัทธิขายบุญอย่างธรรมกายที่กล้าทุ่มเงินเอาใจพระผู้ใหญ่บางรูปที่ยังติดในลาภยศ จนมีผู้วิเคราะห์ว่า กรรมการมหาเถรสมาคมกว่าครึ่งเป็นธรรมกายหรือสนับสนุนธรรมกาย

ในการแก้ไขกฎหมายเมื่อปี 2535 ผู้แก้ให้เหตุผลไว้ว่า หากไม่กำหนดอย่างนี้ลูกศิษย์ของพระผู้ใหญ่ จะวิ่งเต้นให้อาจารย์ของตนได้รับแต่งตั้งเป็นพระสังฆราช ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่มีเหตุผล

เหตุผลที่อ้างว่า ลูกศิษย์จะผลักดันให้อาจารย์ของตนเองเป็นใหญ่นั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะความเป็นจริงแล้ว ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นอาจารย์ว่า ต้องการเป็นใหญ่หรือไม่ ถ้าไม่หลงในลาภยศ ก็ย่อมสั่งลูกศิษย์ได้ และลูกศิษย์ที่ดี ก็ย่อมจะเชื่อฟังอาจารย์ ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่ มาจากอาจารย์ขยิบตาให้ลูกศิษย์ออกไปเคลื่อนไหว

พระสุปฏิปันโน ที่ท่านปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านไม่สนใจในตำแหน่ง ใดๆเพราะเป็นเรื่องนอกธรรมวินัย ท่านเพียงอนุโลมตามกฎเกณฑ์ของฝ่ายอาณาจักร โดยไม่ติดยึด ไม่แสวงหา ไม่แก่งแย่งกัน

การสถาปนาตำแหน่งพระสังฆราช หรือพระราชทานสมณศักดิ์ จึงควรเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการเปิดช่องให้พระแสวงหายศถาบรรดาศักดิ์

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69