posttoday
เร่งลงทุนครั้งใหญ่ ชี้ชะตาเศรษฐกิจปีลิง

เร่งลงทุนครั้งใหญ่ ชี้ชะตาเศรษฐกิจปีลิง

04 มกราคม 2559

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการเศรษฐกิจปี 2559 จะขยายตัวได้ 3-4%

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการเศรษฐกิจปี 2559 จะขยายตัวได้ 3-4% เป็นไปทิศทางเดียวกับกระทรวงการคลัง ที่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3.8% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5%

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานมีความเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ดี จากมาตรการเร่งลงทุนของภาครัฐและเอกชนเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนเครื่องยนต์ด้านการบริโภคภาคเอกชนยังอ่อนแรงเพราะเงินในกระเป๋ามีน้อย โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ และปัญหาภัยแล้งทำให้เพาะปลูกไม่ได้

สำหรับเครื่องยนต์การส่งออกยังน่าเป็นห่วง หลังจากที่ปี 2558 ขยายตัวติดลบเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน แม้ว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ออกมาแต่ก็คาดกันว่าจะเป็นการติดลบมากที่สุดในรอบ 3 ปี

ขณะที่การส่งออกปี 2559 ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง แม้ว่า สศช.จะประเมินว่าขยายตัวได้ 3% กระทรวงการคลังประเมินว่าขยายตัวได้ 2.5% ส่วน ธปท.มองว่าการส่งออกของไทยจะไม่ขยายตัวเลย เหมือนกับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ก็มองว่าการส่งออกปีนี้ไม่ขยายตัวเช่นกัน ส่วนผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรงคือกระทรวงพาณิชย์ก็มองว่าการส่งออกปีนี้จะโตแค่ 2-3% เท่านั้น ก่อนที่จะโดน สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ขยับเป้าเป็น 5% เพื่อความท้าทายในการทำงาน แต่อีกด้านหนึ่งต้องการเบ่งตัวเลขเพื่อเรียกความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น การลงทุนภาครัฐและเอกชนจึงเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายของเศรษฐกิจปีนี้ หากการลงทุนภาครัฐและเอกชนทำได้ดีเศรษฐกิจก็น่าจะถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก แต่หากการลงทุนเดินหน้าไม่ออกก็บอกได้ไม่ยากว่าเศรษฐกิจปีนี้ก็จะแผ่วต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ได้มากเช่นกัน

หากประเมินจากการลงทุนภาครัฐ ตามพิมพ์เขียวการลงทุนของรัฐบาล จะมีการลงทุนมูลค่าสูงถึง 20 โครงการ มูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติให้เดินหน้าในปีที่ผ่านมาแล้ว 6 โครงการ มูลค่า 1.86 แสนล้านบาท ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ เส้นพัทยา-มาบตาพุด โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ เส้นบางปะอิน สระบุรี นครราชสีมา โครงการท่าเทียบเรือชายฝั่งแหลมฉบัง ศูนย์ขนส่งตู้สินค้าท่าเรือแหลมฉบัง และโครงการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 ซึ่งทุกโครงการจะเร่งทำสัญญาก่อสร้างให้ได้ภายในต้นปีนี้ และเร่งเบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด

เมื่อพิจารณาจากการดำเนินโครงการทั้ง 6 โครงการ ต้องใช้เวลาการก่อสร้างหลายปี ดังนั้นเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปี 2559 คงเป็นแค่บางส่วนของวงเงินทั้งหมด 1.86 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินไม่มาก จึงไม่สามารถช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เท่าที่ควร

นอกจากนี้ หากพิจารณาการเบิกจ่ายเงินของมาตรการเร่งด่วนกระตุ้นเศรษฐกิจ1.36 แสนล้านบาท พบว่า เมื่อถึงเส้นตายสิ้นเดือน ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา พบว่า มีการเบิกจ่ายได้เพียง 7.87 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 57% เท่านั้น ทำให้ต้องขยายเวลาการเบิกจ่ายออกไปอีก 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2559 ทั้งที่เป็นโครงการลงทุนขนาดเล็กไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท การเร่งลงทุนและเบิกจ่ายล่าช้า และการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่า 2-5 หมื่นล้านบาท หรือบางโครงการสูงถึง 8 หมื่นล้านบาท การเบิกจ่ายจะทำได้รวดเร็วเป็นไปได้ยาก

ยังมีกรณีของการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2559 ผ่านไป 3 เดือน ก็พบว่า การเบิกจ่ายยังล่าช้า โดยวงเงินลงทุนทั้งหมด 5.4 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายไปได้ 3.73 หมื่นล้านบาท หรือ 6.9% จน สศช.ต้องแก้ลำให้กรมบัญชีกลางแยกการเบิกจ่ายงบกลางออกจากงบปกติ เพราะการเบิกจ่ายงบกลางเป็นตัวถ่วงให้ตัวเลขการเบิกจ่ายออกมาไม่ได้แต่ก็เป็นการแก้ไขทางบัญชีเท่านั้น ไม่ได้เป็นการแก้ไขให้การเบิกจ่ายงบลงทุนทำได้รวดเร็วขึ้น

จากภาพการเบิกจ่ายงบลงทุนทั้งเร่งด่วนและปกติที่ผ่านมา ทำให้ประเมินได้ว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนขนาดใหญ่ 6 โครงการ มูลค่า 1.56 แสนล้านบาท เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2559 เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย

ส่วนการลงทุนที่เหลืออีก 14 โครงการ มูลค่า 1.61 ล้านล้านบาท ยังไม่มีผลต่อเศรษฐกิจ เพราะจะมีการอนุมัติเห็นชอบในปีนี้ กว่าจะมีการเซ็นสัญญาเริ่มลงทุนกันได้อย่างเร็วก็ปีหน้า ทำให้เห็นภาพรวมของการลงทุนไทยยังมีเม็ดเงินเข้ามาในปี 2559 จำนวนไม่กี่หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ความล่าช้าของการลงทุนภาครัฐ ยังมาจากแหล่งเงินของการลงทุน เพราะมีมาจากหลายทาง เช่น เงินงบประมาณ เงินกู้ และการร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ซึ่งในส่วนของพีพีพีก็ยังมีปัญหาล่าช้า แม้ว่าจะมีการทำฟาสต์แทร็กพีพีพี ร่นระยะเวลาการพิจารณาโครงการพีพีพีจาก 2 ปี เหลือ 9 เดือน แต่การพิจารณาเห็นชอบให้โครงการใดโครงการหนึ่งทำพีพีพีได้ ก็กินเวลาไปถึงปลายปีนี้ ยังไม่รวมกับการจัดซื้อจัดจ้างผู้รับเหมา ที่ไม่มีใครบอกได้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่เดือน หรืออีกกี่ปี

ดังนั้น รัฐบาลจึงหวังการลงทุนภาคเอกชนมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกแรง โดยมีการออกมาตรการออกมาจำนวนมาก ทั้งการส่งเสริมการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้มีการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย การตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถและการแข่งขัน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สิทธิพิเศษต่อยอดกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่ม มาตรการภาษีเพื่อเร่งให้เกิดการลงทุน นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษจากการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่ง

มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่คลอดออกมาจำนวนมากติดต่อกันในเวลาไม่ถึง 6 เดือน ทำให้กลายเป็นดาบสองคม ในแง่หนึ่งก็เป็นการดีที่จะเกิดแรงจูงใจให้เอกชนต้องการลงทุนมากและเร็วขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งมาตรการจำนวนมากกลับทำให้นักลงทุนเกิดความสับสนในมาตรการจนไม่รู้ว่าจะใช้มาตรการส่วนไหนจึงจะได้ประโยชน์จากการลงทุนมากที่สุด ทำให้แทนที่จะลงทุนแทนได้เร็วขึ้นกลับช้าลง

นอกจากนี้ การออกมาตรการให้สิทธิประโยชน์มาเรื่อยๆ ยังทำให้นักลงทุนคาดหวังว่ารออีกนิด รัฐบาลน่าจะต้องออกมาตรการอื่นเพิ่มอีก จึงชะลอการลงทุนออกไป ส่วนหนึ่งเพื่อรอให้แน่ใจว่ารัฐบาลไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาต่อยอดให้ได้สิทธิเพิ่มเติมอีกแล้ว ก็จะได้เริ่มตัดสินใจลงทุนเสียที อีกส่วนหนึ่งก็หวังว่าการชะลอการลงทุนจะเป็นตัวกดดันให้รัฐบาลออกมาตรการสิทธิต่างๆ มาเพิ่มอีก เพื่อให้ได้ประโยชน์มากขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ทำให้การลงทุนของภาคเอกชนเกิดความล่าช้า ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจปีนี้

ดังนั้น นอกจากรัฐบาลจะเร่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลเป็นหัวเรือใหญ่แล้ว รัฐบาลควรสร้างความชัดเจนในมาตรการส่งเสริมการลงทุน ให้นักลงทุนไม่เกิดความสับสน จนชะลอการลงทุนเหมือนที่ผ่านมา รวมทั้งต้องหยุดความคาดหวังว่า รัฐบาลอาจจะออกมาตรการลดแลกแจกแถมออกมาเรื่อยๆ อีกต่อไป เพื่อให้นักลงทุนได้ตัดสินใจพิจารณาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีอยู่เต็มหน้าตัก และเริ่มเดินหน้าลงทุนเสียที ซึ่งจะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจปีนี้ได้เร็วขึ้น และขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69