posttoday
2016 น้ำมันโลกซบยาว ทองคำยังไม่ปลอดภัย

2016 น้ำมันโลกซบยาว ทองคำยังไม่ปลอดภัย

31 ธันวาคม 2558

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

เมื่อ 2-3 ปีก่อน ราคาน้ำมันทะยานขึ้นไปมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ด้วยแรงซื้อจากจีนที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ปี 2015 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจชะลอตัวลง ประกอบกับการค้นพบเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันจากหินดินดาน (เชลออยล์) ได้ในปี 2009 ของสหรัฐ ทำให้การแข่งขันในตลาดน้ำมันเข้มข้นขึ้นมาก

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ไม่ยอมทุบหม้อข้าวของตัวเองทิ้ง ด้วยการปล่อยให้ผู้ผลิตที่ใช้เทคโนโลยีใหม่แกะกล่องเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดเอาง่ายๆ จึงได้พยายามผลิตออกมามากกว่าเพดานกำลังผลิตที่กำหนดไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน จนผลผลิตล้นตลาดและราคาร่วงลงเพื่อบีบคู่แข่งให้เดินออกไปอย่างช้าๆ

ราคาน้ำมันจึงร่วงลงมาเหลือที่ราว 30-40 เหรียญสหรัฐ จนได้ในช่วงท้ายปี 2015 หลังจากที่กลุ่มโอเปกตกลงเรื่องเพดานน้ำมันกันไม่รู้เรื่อง และสำหรับปี 2016 หากการแข่งขันระหว่างโอเปกและผู้ผลิตนอกโอเปกไม่ใช่เฉพาะสหรัฐยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ผลิตแล้วแทบไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย

ดังนั้น การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตน้ำมันจึงกลายเป็นปัจจัยแรกที่จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในปีหน้า หากโอเปกยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันเช่นเดียวกับผู้ผลิตนอกโอเปก ปริมาณน้ำมันจะล้นตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ และราคาก็คงจะถูกลงๆ เช่นเดียวกัน

ประการที่สอง การเพิ่มผลผลิตของอิหร่านที่จะเข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งในปี 2016 โดยในปี 2015 ที่ผ่านมา อิหร่านสามารถตกลงกับชาติมหาอำนาจตะวันตก เรื่องโครงการนิวเคลียร์ได้ลงตัวจากอิหร่านยอมให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้าควบคุมตรวจสอบการใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ เพื่อแลกกับการผ่อนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากนานาชาติ

การผ่อนการคว่ำบาตรดังกล่าว จะทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้เพิ่มขึ้น โดยอิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันได้เพิ่มอย่างน้อย 1 ล้านบาร์เรล/วัน จาก 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน เป็น 2.3 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงปี 1908-1970 ที่อิหร่านสามารถผลิตน้ำมันได้มากถึง 6 ล้านบาร์เรล/วัน

นอกจากนี้ อิหร่านยังมีปริมาณน้ำมันสำรองถึง 1.578 แสนล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการให้ตลาดจีนมากกว่า 40 ปี จากช่วงที่ถูกคว่ำบาตรในปี 2012 ทำให้ไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้

ผลผลิตจำนวนมากนี้เอง จึงส่งผลไปยังประการถัดมา คือ ผู้ผลิตจะทนไปได้นานแค่ไหนกว่าจะปรับลดกำลังการผลิตจากราคาน้ำมันถูกในขณะนี้ สำหรับประเทศอ่าวอาหรับแล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์เอาไว้ว่า ซาอุดิอาระเบียกำลังประสบกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณสูงถึง 20% ของผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และอาจต้องล้มละลายใน 5 ปี

ด้านผู้ผลิตนอกโอเปกอย่างรัสเซียเองก็เจ็บหนักไม่แพ้กัน ราคาน้ำมันถูกในขณะนี้ทำให้เศรษฐกิจรัสเซียย่ำแย่ ค่าเงินรูเบิ้ลร่วงกราวรูดไปราว 20% เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2015 และค่าเงินเหรียญสหรัฐก็แข็งค่าเทียบรูเบิ้ลมาราว 113% แล้วในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ต้นปี 2014

สำหรับผู้ผลิตสหรัฐเองก็กระทบหนักเช่นกัน โดย เบเกอร์ฮิวจ์ อิงค์ รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างมาก และมุ่งสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2010 โดยมีแท่นขุดเจาะที่กำลังทำงานอยู่ทั้งหมด 709 แห่ง ในช่วง 1 สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 11 ธ.ค. น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,893 แห่ง และช่วงที่สูงที่สุดระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-12 ก.ย. 2008 ที่ 2,031 แห่ง

นอกจากนี้ ภาคเอกชนน้ำมันทั่วโลกก็ต่างย่ำแย่กันไปตามๆ กัน บริษัทน้ำมันสหรัฐอย่างเอ็กซอน ผลกำไรร่วงลง 47% ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่นเดียวกับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอังกฤษอย่าง รอยัล ดัตช์ เชลล์ ขาดทุนในไตรมาส 3 ไป 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.66 แสนล้านบาท)

การขาดทุนดังกล่าวนี้เอง ที่ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันปรับลดการลงทุนโครงการน้ำมัน โดย อับดุลลา อัล บาดรี เลขาธิการของโอเปก เปิดเผยว่า การลงทุนน้ำมันในปี 2015 ของผู้ผลิตนอกโอเปกปรับลงไปอยู่ที่ราว 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.68 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับปี 2014 ที่อยู่ที่ 6.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 23 ล้านล้านบาท)

นอกจากนี้ จากผลสำรวจของธนาคารบาร์เคลย์ส ยังพบว่า การลงทุนของบริษัทน้ำมันสหรัฐปีหน้าจะอยู่ที่ราว 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.84 แสนล้านบาท) หลังจากปรับลดการลงทุนทั้งหมดไปแล้ว 6.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.36 ล้านล้านบาท)

ประการสุดท้าย ตลาดจะคืนสมดุลได้เร็วแค่ไหนหรือการผลิตจะลดลงเพราะราคาน้ำมันถูก และแรงซื้อจะเพิ่มขึ้นเพราะราคาน้ำมันถูกไปได้เร็วแค่ไหนในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่สำหรับโอเปก

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ยอดขายรถซึ่งช่วยแสดงแทนความต้องการซื้อน้ำมันจะปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 5-7% ในปี 2015 นำโดยประเทศจีนที่ยอดขายรถพุ่งถึง 20% ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2014 ที่ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงรุนแรง

ในขณะเดียวกัน ซิตี้กรุ๊ป ระบุว่า ปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาดในปัจจุบันไม่มากเท่าที่หลายคนคิด โดยอยู่ที่ราว 1 ล้านบาร์เรล/วัน และไม่ยากเกินไปนักที่จะกลับคืนสู่สมดุลได้

ทว่าสำหรับซิตี้กรุ๊ปเองก็มีคาดการณ์สถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดเอาไว้ ผู้ผลิตจะโดนบีบให้ต้องปรับลดการผลิตลง หากสต๊อกน้ำมันเต็มคลังจนไม่อาจเพิ่มได้อีก ส่งผลให้ราคาน้ำมันลงไปแตะ 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงครึ่งแรกของปี 2016 ภายหลังอิหร่านพ้นจากการคว่ำบาตร

น้ำมันดิบในคลังทั่วโลกขณะนี้เองก็อยู่ในสภาพที่ใกล้จะล้นเต็มที โดยก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์เอเนอร์จี อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป ซึ่งเกาะติดสถานการณ์น้ำมันต่างประเทศ ระบุว่า ปริมาณน้ำมันคงคลังเฉลี่ยของทั้งสหรัฐ เอเชีย และยุโรป อยู่ที่ทั้งหมด 4,400 ล้านบาร์เรล มากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนที่ 3,800-3,900 ล้านบาร์เรล

สำหรับราคาทองคำที่ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือที่เรียกกันว่า “เซฟเฮเว่น” สำหรับปี 2015 ที่ผ่านมา แทบจะต้องสิ้นชื่อ เมื่อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ราคาไม่ค่อยจะผันผวน ต้องผันผวนอย่างหนัก จากการส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่กลับไปกลับมาตลอดทั้งปี 2015

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ทำให้บรรดานักลงทุนและผู้จับตาตลาดต่างคาดการณ์ว่าเฟดคงไม่ขึ้น

ดอกเบี้ย ราคาทองคำก็กลับสูงขึ้น แต่ภายหลังที่เฟดส่งสัญญาณจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจนหลังการประชุมในเดือน ต.ค. ราคาทองคำก็ดิ่งลงอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น

สภาพการณ์ดังกล่าวเป็นไปตลอดช่วงปี 2015 ที่ผ่านมา โดย บีเอ็มไอ รีเสิร์ช สถาบันวิจัยของฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง คาดการณ์ในช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ราคาทองคำอาจลงไปแตะ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เสียด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเรียบร้อยแล้ว ทองคำจะสิ้นความน่าดึงดูดเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นมาตลอดทั้งปี 2015 อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลผลสำรวจผู้ค้าและนักวิเคราะห์ 28 คน พบว่า 17 คน คาดการณ์ราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% ในปี 2016 ไปอยู่ที่ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เนื่องจากตามประวัติศาสตร์แล้ว หลังจากที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 1994, 1999 และ 2004 ราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากการขึ้นดอกเบี้ย 6 เดือน

แต่ความผันผวนที่ผ่านมาก็เล่นเอาชื่อ “เซฟเฮเว่น” ต้องสิ้นมนต์ขลังไปเลยทีเดียว ในขณะที่ราคาน้ำมันเองก็ยังคงซบอีกยาว ก่อนจะค่อยๆ กลับฟื้นตัว ซึ่งดูจากท่าทีของโอเปกแล้วอาจจะไม่ได้เห็นในปี 2016 นี้ก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน