
ของขวัญปีใหม่
เป็นความปรารถนาดีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยากจะคืนความสุขให้คนไทย
เป็นความปรารถนาดีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยากจะคืนความสุขให้คนไทยด้วยการให้หน่วยงานของรัฐสรรหามาตรการดีๆ มาเป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน ซึ่งของขวัญบางส่วนเป็นเรื่องประจำที่ทำเป็นประเพณีอยู่แล้ว เช่น การลดค่าผ่านทางด่วน หรือเส้นทางต่างๆ โครงการรถไฟ รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน เป็นต้น
แต่ปีนี้มีมาตรการพิเศษที่นำมาเป็นของขวัญโดยเฉพาะคือ ให้ธนาคารของรัฐมอบของขวัญให้ลูกค้า เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ลูกค้าด้วยการคืนเงินสด 1,000 บาท สำหรับลูกค้าธนาคารที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท ไม่เคยเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 3.มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ดีย้อนหลัง 36 เดือน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ของขวัญ คืนดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้าของ ธ.ก.ส.ในรอบปีบัญชีย้อนหลัง 3 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีบัญชี 2558 เป็นต้นไป (1 เม.ย. 2558-31 มี.ค. 2559) โดยลูกหนี้ที่มีประวัติชำระหนี้ดี 3 ปีติดต่อกันจะได้รับดอกเบี้ยคืน 5% ลูกหนี้ 2 ปีจะได้รับคืน 4% และลูกหนี้ 1 ปีจะได้รับดอกเบี้ยคืน 3% โดยคาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับเงินคืนทั้งหมด 3.5 ล้านครัวเรือน วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท เป็นต้น
ล่าสุดกระทรวงการคลังออกโครงการ “ช็อปเพื่อชาติ” เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค.นี้ แต่ต้องขอใบกำกับภาษีฉบับเต็มจากร้านค้าเป็นหลักฐาน
ของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลให้ ดูดีในแพ็กเกจ แต่เมื่อไล่ลึกลงไปในรายละเอียดก็จะพบว่า มาตรการแต่ละอย่างเหมือนจะออกมาแบบฉุกละหุก และอนุมัติมาตรการไปก่อนโดยมากำหนดรายละเอียดทีหลัง มีประชาชนที่เข้าเกณฑ์ได้ของขวัญไม่มากนัก เหมือนจะเป็นการให้ของขวัญเพื่อหวังความนิยมในรัฐบาลมากกว่าจะมอบอะไรให้กับประชาชนอย่างจริงจังนัก
นอกจากนี้ ผลกระทบต่อเนื่องที่จะตามมาก็ยังมี โดยเฉพาะมาตรการให้ช็อปปิ้งหักลดหย่อนภาษี แม้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้พอสมควร แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการเร่งให้เกิดการใช้จ่ายเกินความจำเป็นหรือไม่ เพราะประชาชนที่ต้องการซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญหรือใช้จ่ายส่วนตัว อาจจะใช้จ่ายไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท แต่ต้องใช้ให้ถึงเพราะต้องการได้สิทธิลดภาษี
มาตรการนี้อาจเร่งการก่อหนี้ครัวเรือนได้ในทางอ้อม ทางผู้ให้บริการสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตพร้อมจะให้บริการผ่อนสินค้าอยู่แล้ว เพื่อจะกระตุ้นยอดสินเชื่อ
เป็นที่รู้กันว่าเศรษฐกิจในปีนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร หากคนเร่งก่อหนี้ครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นอาจจะไปกระตุกการบริโภคในปีหน้าให้ชะลอตัวลงไปได้







