"สุริยะใส" แนะคสช.เร่งวางกรอบปฏิรูปให้ชัดชี้ปีครึ่งยังขาดทิศทาง
สุริยะใส ชี้ครึ่งทางโรดแมป คสช.ปฏิรูปยังขาดทิศทสง แนะอีกปีครึ่งต้องเร่งขับเคลื่อน จี้แม่น้ำ 3 สาย สนช.-กรธ.-สปท. กระชับพื้นที่ปฏิรูป
สุริยะใส ชี้ครึ่งทางโรดแมป คสช.ปฏิรูปยังขาดทิศทสง แนะอีกปีครึ่งต้องเร่งขับเคลื่อน จี้แม่น้ำ 3 สาย สนช.-กรธ.-สปท. กระชับพื้นที่ปฏิรูป
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ขณะนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาครึ่งทางของโรดแมปหรือ 1 ปีครึ่งแล้วนับตั้งแต่รัฐประหาร แต่การปฏิรูปประเทศยังขาดทิศทางที่ชัดเจน หลายเรื่องแม้เป็นผลงานที่น่าชื่นชมแต่ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกินไป ไม่ได้เข้าไปแก้ปัญหาระดับรากเหง้าหรือปัญหาเชิงโครงสร้างแต่อย่างใด ซึ่งอาจทำให้เกิดความเปราะบางจนหลังเลือกตั้งอาจกลับไปเหมือนเดิม
ทั้งนี้ตามโรดแมป คสช.จะเหลือเวลาแค่ 1 ปีครึ่งเท่านั้น ถ้าเวลาที่เหลืออยู่ยังไม่สามารถบูรณาการอำนาจในมือเพื่อวางหลักวางกรอบการปฏิรูปให้ชัดเจน การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งก็ยากที่จะคาดหวังได้ หลังเลือกตั้งก็คงนึกภาพกันออกว่าการเมืองคงไม่ต่างจากที่ผ่านๆ มาหรืออาจจะแย่กว่าเดิม
นายสุริยะใส กล่าวว่า คสช.และรัฐบาลต้องเร่งส่งสัญญาณขับเคลื่อนการปฏิรูปที่เริ่มเบาบางและจางหายไป ให้กลับมาเข้มข้นขึ้นและสร้างพันธมิตรหรือแนวร่วมกับพลังปฏิรูปจากภาคฝ่ายต่างๆให้มีบทบาทและส่งผ่านพลังเหล่านี้เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปในระยะยาว ไม่เช่นนั้นกระแสปฏิรูปที่เป็นวาระแห่งชาติมาก่อนหน้านี้ก็จะหดหายแแผ่วบางไปพร้อมๆกับการหมดวาระลงของ คสช.ยิ่ง คสช.ประกาศว่าจะไม่เล่นการเมือง ไม่ตั้งพรรคไม่สืบต่ออำนาจยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการวางรากฐานและขบวนปฏิรูปให้มีพลังและความต่อเนื่อง
ฉะนั้นในช่วงที่จะมีการแถลงผลงานรัฐบาลนอกเหนือจากผลงานการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนแล้ว คสช.และครม.ควรแจกแจงให้ชัดว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ปฏิรูปอะไรไปบ้าง และปัญหาปัญหาอุปสรรคอยู่ตรงไหน ที่สำคัญช่วงเวลาที่เหลืออยู่จะปฏิรูปอะไร อย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้เห็นภาพ ไม่ใช่มาโฆษณาหาเสียงเหมือนพรรคการเมืองที่เตรียมลงเลือกตั้งครั้งต่อไป
"แม่น้ำ 3 สายทั้ง สนช. กรธ. และ สปท. ที่รับผิดชอบเรื่องปฎิรูปเป็นหลักก็ยังอยู่ในสภาพต่างคนต่างคิด ต่างทำ จนทำให้ภาพปฏิรูปออกมาไร้ทิศไร้ทาง สร้างดาวคนละดวง ถ้าช่วงเวลาที่เหลือยังไม่สามารถกระชับพื้นที่ หาทิศทางร่วมกันไม่ได้ ก็จะยิ่งทำให้สังคมสับสน จนทำให้การลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ซึ่งบางคนบอกว่าอาจจะดีที่ คสช.จะอยู่ต่อ นั่นเป็นการคิดที่ผิดและเล่นกับความรู้สึกของประชาชนมากเกินไป กระแสไม่พอใจจากประชาชนอาจตีกลับ เพราะประชาชนอาจรู้สึกว่าผู้มีอำนาจเอาการปฏิรูปมาหลอกล่อเป็นต้วประกันเพื่อต่ออายุไปวันๆ เท่านั้น ถึงตอนนั้น คสช.ก็อาจคุมสถานการณ์ไม่ได้อย่างที่คิด"นายสุริยะใสกล่าว







