เทพพระเจ้าแห่งทุ่งอีสาน
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นสิ่งที่ชวนให้ลุ่มหลง ผู้มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ย่อมต้องปกป้องรักษาไว้
โดย...เอกชัย จั่นทอง
“ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เป็นสิ่งที่ชวนให้ลุ่มหลง ผู้มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ย่อมต้องปกป้องรักษาไว้ไม่ให้ใครมาแย่งชิงไปแม้ชีวิตจะหาไม่ และแม้ชีวิตของใครก็ตามที่เข้ามาแย่งชิง ก็สามารถทำลายล้างได้หมด ผู้ลุ่มหลงในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีจิตที่เต็มไปด้วยบาปอกุศล ที่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง ครอบงำจิตใจ มีจิตที่เป็นอัตตาและอคติ จึงคิดทำลายล้างใครก็ตามที่เข้ามาแย่งชิงได้อย่างไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม” หลวงพ่ออุดม มหาปุญโญ วัดป่าหนองเลง ให้คติเตือนใจ
เรื่องความลุ่มหลงไม่เคยเข้าใครออกใคร ทุกอย่างรอบกายมนุษย์ถูกสร้างให้เกิดความลุ่มหลงหรือเรียกให้เข้าใจง่ายนั่นคือ “กิเลส” ผู้ทำหน้าที่สนองความสุขควบคู่ไปกับการทำลายความสุขด้วยเช่นกัน หากปล่อยให้กิเลสมาครอบงำจิตใจเรา “กิเลส” ไม่เคยหยุดทำงาน ชอนไชไปทุกอณูชนชั้นของมนุษย์ แม้แต่ภิกษุสงฆ์ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา
“กิเลส” ยังทำหน้าที่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย หลายครั้งสังคมเห็นวงการผ้าเหลืองบ้านเราถูก “กิเลส” ทำลายมานับไม่ถ้วน เช่น บวชบังหน้าหาเงินส่งเสียภรรยา ใช้ผ้าเหลืองบวชเป็นอาชีพไม่ทำกิจวัตรของสงฆ์ เป็นต้น ทุกอย่างล้วนมาจากความลุ่มหลงไม่รู้จักพอทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมเกิดความลังเลไม่สนิทใจที่จะกราบไหว้พระ ที่เดินโปรดสัตว์ไปทั่วทุกหนแห่ง เพราะไม่เชื่อมั่นว่าพระรูปใดจะดีและปฏิบัติธรรมเพื่อดำรงซึ่งศาสนาอย่างแท้จริง แท้จริงก็เพียงพวกมารศาสนาเท่านั้นแฝงตัวมาทำลายแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา
ที่สุดผู้เขียนขอยกตัวอย่างหลวงพ่อทิพย์ ธัมมนิโยโก วัดโพธิ์ทอง จ.บุรีรัมย์ ท่านเป็นพระอาจารย์เชื้อสายเขมร ผู้ปฏิปทาและมีจริยาวัตรอันงดงามสมถะมักน้อย ที่สำคัญไม่ลุ่มหลงในลาภยศและชื่อเสียงแม้แต่ประการใด ทั้งที่จริงสิ่งเหล่านี้ทุกท่านต้องการ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ท่านยังมีเมตตา อันเป็นบารมีธรรม แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมอบพระพุทธพจน์ไว้อย่างซึ้งใจว่า เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก ก็แล้วถ้าพระอาจารย์จะขาดซึ่งความเมตตาก็อะไรจะค้ำจุนโลกไว้ได้ ที่สำคัญท่านยังมีวิทยาคมเชี่ยวชาญ เก่งกล้าสามารถอย่างท่องแท้
หลวงพ่อทิพย์ เป็นพระอาจารย์องค์หนึ่งที่พบว่าเพียบพร้อมไปด้วยจริยธรรมที่งดงาม ช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสมถะ และมักน้อย หลวงพ่อมักอัฏฐะบริขารที่มีอยู่เท่านั้น หลวงพ่อทิพย์ บอกว่า จีวรและบาตรเท่านั้นเป็นเครื่องยังชีพของท่าน ลูกศิษย์เห็นหลวงพ่อทิพย์รูปร่างผอม จึงตกใจสอบถามท่านว่าเจ็บป่วยหรือไม่ ดูไม่อ้วนท้วน ท่านตอบกลับด้วยความเมตตาว่า หลวงพ่อสบายดี วันละมื้อ อ้วนเท่านี้ก็ดีถม แต่ลูกๆ ที่มาเถอะดูหน้าดำคร่ำเครียดตรากตรำกันมาก มาทำบุญอย่างนี้ผลอานิสงสจะต้องแรงได้บุญกุศลดี นั่นหมายความหลวงพ่อให้ความสนใจผู้อื่นเพื่อให้มีสุข
หลวงพ่อทิพย์มักจะให้ธรรมะแก่ลูกศิษย์เสมอ ท่านเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาต่อชาวโลก ซึ่งได้ให้คาถาแก่ลูกศิษย์ท่าน โดยมีวิธีปฏิบัติในการแผ่เมตตา เป็นวิธีง่ายๆ ตามที่หลวงพ่อทิพย์ได้เมตตาประทานให้ลูกศิษย์ โดยหลังจากจุดธูปไหว้พระและสวดมนต์อันเป็นกิจวัตรเสร็จสิ้นแล้ว พึงสำรวมจิตใจให้เป็นสมาธิจิตแน่วแน่ แล้วระลึกถึงภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อเพื่อนมนุษย์ และให้ตั้งสัจจาอธิษฐานต่อองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าสามข้อ ดังนี้
1.จักพยายามตอบแทนพระคุณของบิดามารดา ครูบาอาจารย์และผู้มีคุณทั้งหลายในทุกโอกาส 2.จักพยายามช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ในทางที่ดีที่ถูกและที่ควร ในทุกวาระที่เห็นความเดือดร้อน และทุกข์เข็ญได้เกิดขึ้น และ 3.จักยึดเอาศีลห้าข้อเป็นสรณะ ปฏิบัติโดยไม่เสื่อมคลาย จากนั้นให้พึงสำรวมจิตและท่องบ่นภาวนาว่า "สัพเพ ชนา สุขิตา โหนตุ” สัก 20 ครั้ง เป็นยอดยิ่งมหามงคลนักแล หลวงพ่อได้เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ ดังนี้
เมื่อเราพบคนไม่ว่าจะดุสักเท่าใด หากเรายกมือไหว้เขาทุกวัน วันนี้เขาไม่รับไหว้ตอบเรา สักวันหนึ่งเข้าต้องไหว้ตอบเรา นี้คืออานิสงส์ที่เกิดจากจิต ซึ่งหลวงพ่อทิพย์ได้อุปมาให้ลูกศิษย์ท่านฟัง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงและพิสูจน์ได้ง่ายกว่าเรขาคณิตและตรีโกณมิติ ใครก็ตามที่พบหลวงพ่อทิพย์ มักจะได้ฟังหลักธรรมะของหลวงพ่อง่ายๆ ฟังเข้าใจ และได้ธรรมะมากกว่าสิ่งของทั้งปวง เพราะท่านบอกว่า จำไว้ให้ดีจะเหมือนกับมีองค์พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในใจ จะคุ้มครองได้ทั้งหลับและตื่น แขวนของไว้ที่คอเดี๋ยวก็ลืม แขวนธรรมะไว้ที่ใจดีกว่า หลวงพ่อทิพย์มักจะกล่าวเช่นนี้ทุกครั้งที่สอนธรรมะ
สิ่งเหล่านั้นทำให้ลูกศิษย์หลวงพ่อทิพย์แขวนธรรมะของท่านไว้ที่ใจเสมอ มองขึ้นไปบนฟ้าเมื่อไรเหมือนกับมีท่านมาลอยวนคอยคุ้มครองอยู่ เพียงแค่มองขึ้นเบื้องบนก็จะเห็นหลวงพ่อเสมอ นอกจากนี้ท่านยังมีเหรียญบูชาให้ลูกศิษย์ท่านได้ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ หลายคนผ่านประสบการณ์ไว้น่าประหลาดใจกับหลากหลายเหตุการณ์
อย่างลูกศิษย์หลวงพ่อทิพย์รายหนึ่ง ประกอบอาชีพเป็นเซลส์แมนต้องขึ้นลง กทม.- อีสาน เป็นประจำ พูดจาได้คล่อง แต่สินค้ากลับขายไม่คล่อง พอแขวนพระผงปิดตามหาลาภของหลวงพ่อทิพย์ แล้วมีเด็กมาพิการมาขายลอตเตอรี่ให้ จึงควักเงินซื้อไป พอลอตเตอรี่ออกปรากฏว่าถูกรางวัลที่หนึ่งถึงสามใบ และตามหาเด็กพิการคนนั้นแต่ก็ไม่พบ ก่อนไปถวายเงินสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ เจ้าตัวบอกว่าตั้งแต่บูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อทิพย์มาทำให้การขายสินค้าคล่องตัวมาก ลูกศิษย์ท่านรายนี้เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อทิพย์


