posttoday
กรธ.คุมเข้มคุณสมบัตินายกฯ-ครม.ต้องซื่อสัตย์-มีจริยธรรมสูง

กรธ.คุมเข้มคุณสมบัตินายกฯ-ครม.ต้องซื่อสัตย์-มีจริยธรรมสูง

17 ธันวาคม 2558

กรธ.คุมเข้มนายกฯ-รมต. ต้องมีความดีและจริยธรรมสูง วางหลักครม.บริหารประเทศต้องนึกถึงประโยชน์ชาติ หากแตกแถวมีสิทธิตกเก้าอี้

กรธ.คุมเข้มนายกฯ-รมต. ต้องมีความดีและจริยธรรมสูง วางหลักครม.บริหารประเทศต้องนึกถึงประโยชน์ชาติ หากแตกแถวมีสิทธิตกเก้าอี้

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ที่ประชุมกรธ.ได้เห็นชอบกับหลักการเกี่ยวกับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่สำคัญหลายประการ ทั้งนี้ การการเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากการลงมติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสภาฯจะพิจารณาจากรายชื่อที่พรรคการเมืองเปิดเผยจำนวน 5 คนในวันเลือกตั้ง และการเสนอรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองทุกพรรคจะไม่ต้องซ้ำกัน โดยพรรคการเมืองที่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯได้นั้นจะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มีสส.ในสภาฯไม่น้อยกว่า 5 % ของจำนวนสส.ทั้งหมดของสภาฯ

นายอุดม กล่าวว่า สาเหตุที่กรธ.เห็นชอบให้การเลือกนายกฯในสภาฯไม่จำเป็นต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วันเหมือนกับรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 เนื่องจากเห็นว่าโดยปกติแล้วการลงมติเลือกนายกฯที่ผ่านมาก็สามารถดำเนินการได้ภายใน 30 วัน จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องเวลา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีเสียงท้วงติงว่าอาจเป็นการสร้างอำนาจต่อรองให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นประเด็นที่กรธ.จะนำไปชั่งน้ำหนักหาข้อดีและข้อเสียต่อไป

นายอุดม กล่าวอีกว่า สำหรับคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี กรธ.ยังยืนยันตามหลักการของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 แต่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ คือ บุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และต้องมีพฤติกรรมทางจริยธรรมที่เป็นตัวอย่างของสังคม ซึ่งในรายละเอียดที่จะระบุว่ามาตรฐานทางจริยธรรมที่ดีควรเป็นอย่างไรนั้นจะกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาจจะให้องค์กรอิสระมาดำเนินการกำหนดรายละเอียดเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน คณะกรธ.ได้กำหนดบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ของครม.ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาก่อน โดยหลักการจะกำหนดว่าการบริหารราชการแผ่นดินของครม.จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน คำนึงถึงสถานะทางการเงิน วินัยการเงินการคลัง คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อรัฐและสถานะของประเทศ รวมไปถึงต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชน โดยหากเกิดกรณีที่ครม.ดำเนินการที่ขัดกับหลักการดังกล่าว อาจเป็นเหตุให้มีการฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นสาเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงได้หรือไม่ด้วย

“การกำหนดหลักการเกี่ยวกับหน้าที่ของครม. เพราะกรธ.ต้องการให้ครม.ตระหนักในการทำหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องดูแลผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบด้านการเงินและการคลัง”นายอุดม กล่าว

นายอุดม กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ครม.ยังมีอำนาจในการตราพระราชกำหนด เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่การตรวจสอบตราพระราชกำหนดจะกระทำได้เฉพาะการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดดังกล่าวมีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น จากเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นเร่งด่วนของการตราพระราชกำหนด นอกจากนี้ กรธ.ยังกำหนดการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศจะต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบของที่ประชุมรัฐสภา แต่หนังสือสัญญาประเภทใดบ้างที่ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบ จะกำหนดรายละเอียดไว้ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

โฆษกกรธ. กล่าวว่า ส่วนเรื่องการกำหนดหลักการเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนั้นกรธ.กำหนดว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท และต้องไม่กระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการเข้าไปบริหารหรือจัดการใดๆ เกี่ยวกับหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท โดยหากใครฝ่าฝืนจะเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีและไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เป็นเวลา 2 ปี

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่