
ขวากล่อมทุนจีน ซ้ายดึงเอกชนกู้ศก.
17-19 ธ.ค.นี้ ประเทศไทยจะมีเวทีการประชุมระดับประเทศ 2 นัด ที่ถือว่ามีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไม่น้อย
17-19 ธ.ค.นี้ ประเทศไทยจะมีเวทีการประชุมระดับประเทศ 2 นัด ที่ถือว่ามีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไม่น้อย
นัดแรก 17 ธ.ค.นี้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานฝ่ายไทย ประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 4 โดยประธานฝ่ายจีนคือ หวางหย่ง มนตรีแห่งรัฐของจีน หรือเทียบเท่ารองนายกรัฐมนตรีของจีน
งานนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะทางการจีนขนคณะนักธุรกิจ 64 บริษัทเข้าร่วม เป็นบริษัทขนาดยักษ์ 14 บริษัท บริษัทขนาดกลางด้านอาหาร 24 บริษัท บริษัทผลิตภัณฑ์ยาง 7 บริษัท บริษัทกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ 8 บริษัท ผลิตภัณฑ์สปา 4 บริษัท บริษัทอี-คอมเมิร์ซ 3 บริษัท จากมณฑลกวางสี มณฑลกว่างโจว เซี่ยงไฮ้ โดยจะมีการจับคู่ธุรกิจกับไทยด้วย และจะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างกัน
“ไทยจะเน้นเรื่องของความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการให้จีนเข้ามาร่วมลงทุน รวมถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์ ซึ่งจีนมีความก้าวหน้าหากสามารถร่วมมือกับจีนได้ ก็จะทำให้ไทยมีความก้าวหน้ามากขึ้น และการที่จีนนำนักธุรกิจมามาก ถือว่าจีนให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในไทย” สมคิด เปิดเผย
หลังจากนั้น วันที่ 19 ธ.ค. หวาง หย่ง จะร่วมเป็นประธานการวางศิลาฤกษ์โครงการรถไฟไทย-จีน กับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ด้วย
18-19 ธ.ค. จะมีการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีไทย-กัมพูชา ที่ห่างหายไปนานถึง 10 ปี โดยมี ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา พร้อมคณะใหญ่เดินทางมา โดยจะหารือกันในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และความร่วมมือการช่วยเหลือด้านสังคม แต่จะไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องของพื้นที่ทับซ้อน และจะเป็นการรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนที่จะเริ่มขึ้นในสิ้นปีนี้
นั่นคือภาพใหญ่ในการสานสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างประเทศ
ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในนั้น สมคิด ได้เสนอรายชื่อคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันขับเคลื่อนมาตรการ สำคัญๆ ของภาครัฐ 12 ชุด
คณะทำงานด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ มี พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ มี อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอี (SMEs & Start-up) มี สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ และสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ มี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และฐาปน สิริวัฒนภักดี จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งเสริมอุตสาหกรรมการประชุมและจัดนิทรรศการ มี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวฯ และกลินท์ สารสิน รองประธานหอการค้าไทย เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ มี อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านพัฒนาคลัสเตอร์ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มี อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม และประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการปรับแก้กฎหมายและกลไกภาครัฐ มี วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และกานต์ เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย เป็นหัวหน้าคณะ
คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ มี พล.อ.ดาว์พงษ์ และศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นหัวหน้าคณะ
สุดท้ายคือ คณะทำงานด้านการสร้างรายได้และการกระตุ้นการใช้จ่ายของประเทศ มี รมว.คลัง และทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น เป็นหัวหน้าคณะ
คณะกรรมการร่วมทั้งหมดนี้คือกลุ่มที่จะทำให้เกิดการประสานความร่วมมือในนาม “ประชารัฐ” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพคน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ







