posttoday
รายย่อยเข้าไม่ถึงเงินกู้ทำเช็คเด้ง

รายย่อยเข้าไม่ถึงเงินกู้ทำเช็คเด้ง

14 ธันวาคม 2558

สถานการณ์เรียกเก็บเช็คคืนไม่มีเงินหรือเช็คเด้งเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่า 9,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,020 ล้านบาท หรือ 27.33% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน เช็คเด้งส่วนใหญ่เป็นของรายย่อย ที่มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท ถึง 99.4%

สถานการณ์เรียกเก็บเช็คคืนไม่มีเงินหรือเช็คเด้งเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่า 9,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,020 ล้านบาท หรือ 27.33% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน เช็คเด้งส่วนใหญ่เป็นของรายย่อย ที่มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท ถึง 99.4%

เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) กล่าวว่า สถานการณ์เช็คเด้งที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ว่าปัญหาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ธุรกิจไม่ฟื้นและยังคงมีปัญหาสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีบางกลุ่มได้รับผลกระทบจากการเข้าไม่ถึงวงเงินกู้ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท ที่หมดโครงการไปเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ยังมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนหนึ่งที่ทำเรื่องขออนุมัติจากธนาคารไปแล้ว แต่ปรากฏว่าวงเงินกู้หมดก่อน ทำให้แผนธุรกิจที่เตรียมไว้ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ทำให้มีปัญหาต่อเนื่อง

“ผู้ประกอบการรายย่อยมีความหวังกับวงเงินกู้ซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท ไปลงทุนเตรียมแผนธุรกิจ เพื่อขอกู้เงินจากธนาคาร แต่สุดท้ายลงทุนไปแล้ว เงินไม่มา ทำให้ประสบปัญหามาก และกระทบเป็นลูกโซ่” เพ็ญทิพย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินกู้ ซึ่งในส่วนของสมาคมได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง พร้อมแนบรายชื่อสมาชิกที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ได้ เป็นผู้ประกอบการรายย่อยจริงๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

ขณะที่ พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่องปัญหาเช็คเด้งนั้น เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง หากปล่อยให้เกิดขึ้นในระยะยาว เชื่อว่าจะส่งผลวิกฤตต่อเศรษฐกิจและเป็นผลลัพธ์แบบห่วงโซ่ คือ เมื่อผู้ประกอบการรายย่อยมีเงินไม่เพียงพอในการชำระหนี้เครดิต ก็ทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าหนี้ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับเงินไปด้วย ซึ่งปัญหาตรงนี้ก็จะเป็นวงจรต่อไป

สำหรับการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของรัฐบาลนั้นอาจเป็นในรูปแบบของการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและอาจต้องใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ประกันสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อให้สามารถยื่นขอวงเงินกู้ได้มากขึ้น อีกทั้งเวลาให้กู้อยากให้ดูความเป็นไปได้ของโครงการว่ามีมากน้อยแค่ไหน

“หากกรณีเช็คเด้งในครั้งนี้ไม่ได้เป็นระยะเวลายาวนานนักก็ไม่ถึงกับวิกฤต” พรศิลป์ กล่าว

ด้าน เจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในกรณีของเช็คเด้งนั้นยังไม่ทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการว่ามีสาเหตุมาจากอะไร อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของภาคธุรกิจนั้นปีนี้คงหมดหวัง เพราะไตรมาสสุดท้ายการส่งออกไทยยังคงไม่กระเตื้อง

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศต้องใช้เวลา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะสั้น อีกทั้งในเทศกาลต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง เช่น เทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ผู้ประกอบการก็มีการตัดสินใจซื้อขายกันไปแล้ว ดังนั้นคงต้องมองถึงปีหน้าแทน

“สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นในปีหน้า คือ ด้านการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มคลัสเตอร์และอุตสาหกรรมนำร่องสำคัญๆ เช่น อุตสาหกรรมพลาสติก มีโอกาสส่งออกไปยังเมียนมาได้” เจน กล่าว

ขณะที่ในภาคเอกชนต้องมุ่งเน้นเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรม การเพิ่มผลิตภาพและนวัตกรรม เน้นลดต้นทุน ใช้โนว์ฮาว นำวิศวกรรมอุตสาหการมาช่วยลดต้นทุน ใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงให้เครื่องจักรมีระบบที่สามารถสื่อสารกันเองเพื่อประหยัดทรัพยากรบุคคลและลดข้อผิดพลาดจากการสื่อสารของคนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน