
รัฐคัด450โอท็อปสร้างแบรนด์
“พาณิชย์” เดินหน้าแผนโอท็อป 2.0 คัดผู้ประกอบการ 450 ราย มาปั้นสินค้าสร้างแบรนด์
“พาณิชย์” เดินหน้าแผนโอท็อป 2.0 คัดผู้ประกอบการ 450 ราย มาปั้นสินค้าสร้างแบรนด์
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์โอท็อปปี 2559 (โอท็อป โรดแมป 2.0) โดยให้ปรับระบบการบริหารจัดการสินค้าโอท็อปใหม่ทั้งระบบ ทั้งการบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงาน การยกระดับตัวสินค้า การสร้างเครือข่าย การใส่นวัตกรรมเข้าไปในตัวสินค้า และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนฐานรากของประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ด้านส่งเสริมการตลาด โดยได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ ทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการ พัฒนาตัวสินค้า และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้าโอท็อปผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า แผนการยกระดับสินค้าโอท็อป กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ไปสำรวจว่าในแต่ละจังหวัดมีผู้ผลิตสินค้าโอท็อปเหลืออยู่เท่าไร จากเดิมที่มีผู้ผลิตในกลุ่มโอท็อปซีเล็คท์ อยู่ 2,749 ราย ซึ่งหลังจากสำรวจพบว่าปัจจุบันมีผู้ดำเนินกิจการอยู่ 2,661 ราย และในจำนวนนี้ได้ทำการคัดแยกเพื่อนำไปพัฒนาจำนวน 450 ราย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทำการคัดเลือกผู้ประกอบการโอท็อปได้แล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเข้าไปช่วยเหลือ โดยเข้าไปพัฒนาทั้งตัวผู้ประกอบการ ตัวสินค้าที่ต้องพัฒนารูปแบบ การสร้างแบรนด์ การใส่เรื่องราว (สตอรี่) ในตัวสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ร่วมกันพัฒนาสินค้าโอท็อป และการเชื่อมโยงเครือข่ายของกลุ่มผู้ผลิตเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย
สำหรับเป้าหมายในการพัฒนาสินค้าโอท็อป เบื้องต้นจะเน้นการสร้างแบรนด์ และพัฒนาสตอรี่
โอท็อปให้ได้จำนวน 60 ราย ในปี 2559 จาก 450 ราย ซึ่งเมื่อพัฒนาได้แล้ว ก็จะเชื่อมโยงสู่แหล่งจำหน่าย โดยขณะนี้ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเตรียมสถานที่จำหน่ายสินค้าโอท็อปในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ และเชื่อมโยงกับ 12 เมืองต้องห้ามพลาด
นอกจากนี้ จะร่วมมือกับบริษัท ปตท. ในการจำหน่ายสินค้าในปั๊ม ปตท. จำนวน 148 แห่ง การจำหน่ายในร้านดิวตี้ฟรีที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งปัจจุบันมียอดจำหน่ายเฉลี่ยเดือนละ 4 ล้านบาท และจะขยายไปยังสนามบินอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งมีแผนผลักดันขายในโรงแรม รีสอร์ท ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกด้วย







