
เริ่มต้นชีวิตคู่
หากเป็นคนรุ่นใหม่แต่งงานแล้วต้องไปฮันนีมูน แต่สำหรับผมกับชิวบ๊วยไม่มีโอกาสได้ไปฮันนีมูนหวานแหววแบบคนรุ่นใหม่
โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง
หากเป็นคนรุ่นใหม่แต่งงานแล้วต้องไปฮันนีมูน แต่สำหรับผมกับชิวบ๊วยไม่มีโอกาสได้ไปฮันนีมูนหวานแหววแบบคนรุ่นใหม่ หลังแต่งงานเราใช้ชีวิตตามปกติ ผมต้องทำงานที่โรงงาน ชิวบ๊วยลาออกมาดูแลผมและทำงานบ้าน
ชิวบ๊วยช่วยผมได้มาก ผมเริ่มยอมรับเรื่องที่ได้ยินมาจากผู้ใหญ่และแม่สื่อว่า การมีคู่จะทำให้ชีวิตมีความสุข การมีคู่ครองที่ดีจะทำให้ชีวิตมั่นคง ครอบครัวเจริญรุ่งเรือง ผมเห็นด้วยตา รู้ด้วยใจในเวลาต่อมา
การแต่งงานทำให้ชีวิตของผมมีความหมาย มีค่า มีความสุขต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะชิวบ๊วยเป็นภรรยาที่ดี เธอดูแลผม และยังดูแลจัดสรรทุกอย่างในบ้านได้อย่างลงตัว ช่วยแบ่งเบาภาระได้มาก
การมีเธอมาช่วยงานบ้านทั้งเรื่องอาหารการกิน ดูแลเสื้อผ้าการแต่งตัวของผม ทำให้ผมมีเวลาทำงานเต็มที่ และใช้สมองไปคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา
นอกเหนือจากการทำงานบ้าน ช่วยงานที่โรงงานบ้างในบางครั้ง เธอก็ยังมีความคิดช่วยหารายได้ จริงๆ ถ้าชิวบ๊วยเป็นคนไม่ขยันและรักความสบาย เธอไม่จำเป็นต้องคิดทำอะไร เพราะในฐานะเมียเจ้าของโรงงานไม่ต้องดิ้นรนก็อยู่ได้ แต่เธอเป็นคนขยัน ไม่ชอบอยู่เฉยๆ เลยมาปรึกษาผมว่า อยากเลี้ยงหมูเพื่อเพิ่มรายได้ ผมเห็นด้วยไปซื้อลูกหมูมาให้เธอเลี้ยงจำนวน 2 ตัว
สถานที่เลี้ยงหมูก็ใช้พื้นที่ของโรงงาน ทุกวันชิวบ๊วยต้องทำอาหารหมู แล้วยกอาหารและน้ำมาให้หมู รวมถึงต้องทำความสะอาดสถานที่เลี้ยง ดูแลไม่ให้สกปรก ซึ่งอาจทำให้หมูเป็นโรค วันๆ เธอขลุกอยู่กับงานเลี้ยงหมูซึ่งเป็นงานหนักสำหรับผู้หญิงเอวบางร่างน้อยอย่างเธอ
จากเลี้ยงหมู 2 ตัว ค่อยๆ เป็น 20 ตัวในเวลาต่อมา แต่ดูเธอมีความสุขดีและทำอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย กิจการเลี้ยงหมูที่ชิวบ๊วยดูแลสามารถทำรายได้ให้ครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง สำหรับผมไม่ได้ช่วยเธอเลี้ยงหมู เพราะมีภาระหน้าที่ในการดูแลโรงงานฟอกหนัง งานที่รับผิดชอบอยู่หนักหนาจนไม่มีเวลาช่วยเธอ เนื่องจากมีเงินทุนจำกัด ผมจึงต้องทำหน้าที่หลายอย่างในโรงงานเอง เป็นตั้งแต่เถ้าแก่กระทั่งกุลีในโรงงานเสร็จสรรพ เพราะต้องการประหยัดค่าจ้างคนงาน เราต่างเหนื่อยและทำงานหนักด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็เข้าใจกันช่วยกันอย่างไม่ย่อท้อ
หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน ชิวบ๊วยก็ตั้งท้อง ผมดีใจมาก คงเหมือนสามีภรรยาทั่วไปที่เมื่อแต่งงานกันก็หวังจะมีลูกเพื่อสืบสกุล ลูกถือเป็นของขวัญอันล้ำค่าแห่งความรักของพ่อแม่ จนมีคำพูดเปรียบเทียบไว้ว่า ลูกเป็นเหมือนโซ่ทองคล้องใจพ่อกับแม่ ผมก็รู้สึกเช่นนั้น
นับตั้งแต่รู้ว่าชิวบ๊วยกำลังจะมีลูกให้ผม ความรู้สึกผูกพันแนบแน่นก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เธอไม่ได้เป็นแค่เมีย แต่กำลังจะเป็นแม่ของลูก ผมรู้สึกว่าเธอเป็นคนสำคัญในชีวิตสำหรับผมยิ่งนัก เฝ้าดูแลเอาใจชิวบ๊วยมากขึ้น และรอคอยวันที่จะได้เห็นหน้าลูก
เวลา 9 เดือนช่างยาวนานมากหากเรากำลังจดจ่อรอคอยกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่สุดวันแห่งการรอคอยก็มาถึง ชิวบ๊วยให้กำเนิดลูกคนแรกเป็นผู้ชาย คงไม่ต้องถามว่าดีใจหรือไม่
ผมตั้งชื่อลูกคนแรกว่า “ฉินฮ่อนจิว” และมีชื่อภาษาไทยในภายหลังว่า “ภวัฒน์” เมื่อได้เห็นหน้าลูกพลังใจในการต่อสู้ชีวิตยิ่งเพิ่มขึ้น ผมหวังจะสร้างฐานะครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นเพื่อให้ลูกได้อยู่สบาย มีกิจการให้เขามาช่วยดูแล ผมคิดว่าในอนาคตลูกชายจะต้องเป็นกำลังสำคัญ ดูแลกิจการงานต่างๆ ของผมได้
สิ่งที่ผมหวังไม่ใช่ความฝัน เพราะจากวันนั้นถึงวันนี้ 63 ปีมาแล้ว ภวัฒน์ลูกชายคนโตของผมทำความฝันให้เป็นจริง เขาสามารถต่อยอดความคิดและธุรกิจที่ผมก่อตั้งจนประสบความสำเร็จ ทำให้ธุรกิจของครอบครัวภายใต้ชื่อ “กลุ่มบริษัทตะวันออกโปลีเมอร์” ซึ่งภายหลังได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจบางส่วน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย
ภวัฒน์ พิสูจน์ให้เห็นว่า เขามีเลือดนักสู้ นักคิด มีความมานะบากบั่น เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นคนดีและลงมือทำในทุกรายละเอียดของงาน จนทำให้ธุรกิจของครอบครัวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
โบราณว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” บัดนี้ภวัฒน์และลูกๆ ของผมทุกคนต่างแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นเช่นนั้น ไม่เสียแรงที่ผมเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน ปลูกฝังความคิดดีๆ ให้พวกเขา ทำให้ผมภาคภูมิใจและชื่นใจยิ่งนัก
(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)







