
ข้อมูลใครที่ควรระวัง?
โดย...อานิก อัมระนันท์
โดย...อานิก อัมระนันท์
ช่วงนี้มีการกล่าวหาจากฝ่าย “ทวงคืน” ว่าข้าราชการกระทรวงพลังงานให้ข้อมูลเท็จกับรัฐมนตรี ทำให้ท่านไม่สนองต่อข้อเรียกร้องของพวกเขา สมควรปลด และให้ปลดบอร์ด ปตท.ด้วยที่ไล่ฟ้อง “ปิดปาก” ภาคประชาชน
ความจริงที่มีการฟ้องร้องกันก็เพราะฝ่ายจำเลยรณรงค์ด้วยข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ แต่โดนใจด้วยประชานิยม ชาติ-สังคมนิยม สะใจด้วยการดิสเครดิตและสร้างความเกลียดชัง
ต่อคนที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นต่าง จึงได้มีการฟ้องร้องผู้กระทำจำนวนหนึ่งจากหลายๆ ฝ่าย
หลายคดีมีการไกล่เกลี่ยตามกระบวนการของศาล ซึ่งจะตกลงกันได้ก็ต่อเมื่อยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่ายจะบังคับหรือ “ปิดปาก” กันไม่ได้ อีกทั้งหากไม่มีเงินจ้างทนายจำเลยสามารถขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความได้
กรณีที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จจะมีการถอนฟ้อง โดยฝ่ายจำเลยจะโพสต์ข้อความยอมรับผิด-ขออภัย-แสดงความเสียใจบางอย่าง มากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในการแพ้ที่ฝ่ายจำเลยประเมิน หรือความต้องการของฝ่ายโจทก์ที่จะให้สังคมได้ฉุกคิดโดยเร็วก่อนที่จะหลงเชื่อข้อมูลที่ออกมามากจนเป็นกระแสในสังคมออนไลน์
มีบางคดีศาลไม่รับฟ้อง เช่น อาจวินิจฉัยว่าจำเลยวิจารณ์โดยสุจริต ซึ่งมิได้แปลว่าศาลยืนยันความถูกต้องของข้อมูลนั้น หลายคดีที่ศาลรับฟ้องยังอยู่ในช่วงการพิจารณา แต่มี 2 คดีที่ศาลตัดสินแล้วซึ่งจะเล่าถึงในวันนี้ เพื่อให้สังคมจะได้ระมัดระวังต่อไป
l คดีแรก ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ยื่นฟ้อง ศรัลย์ ธนากรภักดี เจ้าของ Facebook ทวงคืนพลังงานไทยและอื่นๆ (คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1026/2557 ฟ้องร้องตั้งแต่ก่อนมาดำรงตำแหน่งกรรมการ ปตท.) ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2558 ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ลดเหลือ 9 เดือน ไม่รอลงอาญา
1.จำเลยมีความผิดฐานนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตามมาตรา 14 (1)(5) ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เช่น การโพสต์ข้อความ “...คู่ผัวตัวเมียที่สุขสบายกับทรัพยากรพลังงานของชาติ!!! ขณะที่คนไทยทั้งแผ่นดิน อยู่แพงกินแพง ...ขัดขวางการปฏิรูปพลังงานเพื่อคนไทย!!!” “...ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นอดีต รมต.พลังงานในยุคขายชาติ อานิก อัมระนันทน์ เป็นสส.พรรค ปชป. ที่ไว้ใจไม่ได้ภายในพรรค เล่ห์เหลี่ยม สับปลับ กลับกลอก เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง...”
เอกสารอ้างอิงของจำเลยไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ การเบิกความของพยาน อาทิ ปานเทพ พญ.กมลพรรณ ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ก็เป็นแต่ความเห็นไม่มีหลักฐานอ้างอิง ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงเลื่อนลอย ไม่สมเหตุผล และไม่มีน้ำหนัก
ประกอบกับข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยถูกดำเนินคดีหรือมีความประพฤติไม่ชอบหรือทุจริตต่อหน้าที่แต่อย่างใด
2.จำเลยหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามมาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา เพราะข้อความที่โพสต์มุ่งประสงค์ให้ร้ายทำลายชื่อเสียงของโจทก์ โดยจำเลยซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับสูงและประกอบอาชีพเป็นถึงวิศวกรควรจะพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดเสียก่อน จึงไม่ใช่การแสดงความเห็นโดยสุจริต
l อีกคดีกระทรวงพลังงานฟ้อง ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี เจ้าของ Facebook “คุยกับหม่อมกร” คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.5418/2556 เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2556 ศาลพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปี โดยรอลงอาญา 2 ปี
1.จำเลยมีความผิดฐานนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตามมาตรา 14 (1) ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยมีการตัดต่อข้อความบางส่วนของเอกสาร 2 ชุดเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันดีเซลไปประเทศลาว และเลือกเฉพาะบางส่วนของเอกสารแต่ละชุดมารวมกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเลขมูลค่าการส่งออกน้ำมันดีเซลจำนวน 805,229.59 บาท เป็นตัวเลขมูลค่าการส่งออกในปริมาณ 4.2 หมื่นลิตร ตกลิตรละ 19.17 บาท
แต่แท้จริงแล้วมูลค่าดังกล่าวเป็นการส่งออกน้ำมันเพียง 3.8 หมื่นลิตร ซึ่งก็มีคุณภาพต่ำกว่าที่ขายในประเทศไทยด้วย เฉลี่ยลิตรละ 21.19 บาท ราคาส่งออกจริงสูงกว่าที่กล่าวอ้างกว่า 2 บาท/ลิตร
ราคาน้ำมันดีเซลที่ขายในประเทศไทย จึงไม่ได้แพงกว่าขายให้ต่างชาติ 2.36 บาท/ลิตร ไม่ได้มีการ “บวกค่าใช้จ่ายเทียมเพิ่มอีก 2 บาทกว่า” บนราคาตลาดโลก ตามที่จำเลยโพสต์ ดังนั้นความเห็นดังกล่าวใน Facebook “คุยกับหม่อมกร” จึงเป็นข้อมูลเท็จ
2.จำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณามาตรา 326 และ 328 ประมวลกฎหมายอาญา ข้อความที่จำเลยโพสต์ทั้งหมดเป็นการกระทำโดยมีเจตนาไม่สุจริต เป็นการใส่ความเพื่อให้ประชาชนเกลียดชังภาครัฐ ทั้งที่จำเลยเป็นบุคคลที่มีการศึกษา (วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตอีกคนหนึ่ง) และเป็นอนุกรรมการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา ที่มีสิทธิจะเรียกเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานไปชี้แจงให้ข้อเท็จจริงประจักษ์ แต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่
ศาลยังวินิจฉัยด้วยว่า หากข้อความที่จำเลยเผยแพร่เป็นจริง จำเลยก็สามารถร้องเรียนข้าราชการกระทรวงพลังงานต่อ ป.ป.ช. หรือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานให้ดำเนินคดีได้ แต่จำเลยก็หาได้ดำเนินการไม่
น่าสังเกตว่ามีการอ้างอิงในข้อมูลที่พิพาทใน Facebook “คุยกับหม่อมกร” ว่า “ผ่านการพิจารณาและอนุมัติให้เผยแพร่จากคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภาแล้ว” แปลว่า สังคมจึงควรระมัดระวังข้อมูล-ข้อสรุปจากหน่วยงานดังกล่าวด้วยใช่หรือไม่?
แม้จะยังมีการอุทธรณ์ แต่อย่างน้อยสาธารณชนพึงสังวรกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น และไม่สร้างแรงกดดันอันไม่สมควร ต่อ รมต.พลังงานและรัฐบาลในการดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติต่อไป







