
"บิ๊กโด่ง"ปัดลาออกมั่นใจอุทยานราชภักดิ์โปร่งใส
“รมช.กลาโหม” ชี้ มีคนบางกลุ่มนั่งยิ้ม ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ซัด ทำราชภักดิ์ขาวเป็นดำ ยันทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสกดดันลาออก อยู่เท่าที่จำเป็น รอผลสอบกลาโหม ย้ำไม่เข้าแทรกแซง
“รมช.กลาโหม” ชี้ มีคนบางกลุ่มนั่งยิ้ม ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ซัด ทำราชภักดิ์ขาวเป็นดำ ยันทำงานต่อ ไม่หวั่นกระแสกดดันลาออก อยู่เท่าที่จำเป็น รอผลสอบกลาโหม ย้ำไม่เข้าแทรกแซง
เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิราชภักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ลงรายละเอียด เพราะมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกระทรวงกลาโหมคอยตรวจสอบแล้ว เพราะฉะนั้นควรจะคอยให้คณะกรรมการตรวจสบให้เรียบร้อยก่อน แต่อยากจะบอกว่าการทำงานของตนที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)จนเกษียณ ยืนยันว่ามีความโปร่งใสและตั้งใจดีในการทำโครงการอุทยานราชภักดิ์ และตั้งแต่เกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ก็ไม่ได้นำเอกสารอะไรติดตัวมา ดังนั้นการดำเนินงานทุกอย่างมีข้อมูลอยู่ในกองทัพบกอยู่แล้ว มีคณะกรรมการคอยดูแลทุกขั้นตอน ทุกคนตั้งใจทำงานและเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและจุดประสงค์ที่ตั้งโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนไทยทุกคนหรือหรือแต่คนต่างประเทศมีสิ่งยึดเหนี่ยวและเป็นสมบัติของชาติ และเพื่อให้รำลึกสิ่งที่มีพระคุณต่อชาติอย่างใหญ่หลวง
“ผมไม่เคยหวังที่เอาประโยชน์อะไร เราไม่คิดที่จะหวังอะไรจากโครงการนี้ คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้โครงการนี้เดินหน้าไป แม้แต่ทุนทรัพย์ของเราเองหรือจากคนรู้จักที่จะมาบริจาค ก็ดำเนินการกันมาด้วยความตั้งใจและโปร่งใส ผมเคยให้นโยบายกับผู้ใต้บังคับบัญชาขณะนั้น ว่าการทำงานต้องทำให้เรียบร้อยที่สุดต้องโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นวันนี้ถ้ามีสิ่งใดต่างๆที่ไม่เข้าใจหรืออาจจะบอกว่าเขาไม่ปรารถนาดีอย่างไรก็แล้วแต่ประชาชนจะคิด ว่าขณะนี้เรื่องราวต่างๆจะลงมาขนาดไหน เรื่องการเมืองต่างๆจะมีหรือไม่อย่างไรทุกคนคิดได้ก็ลองดูว่าเป็นยังไง ก็ลองดูว่าเป็นอะไรกัน แต่ก็ขอยืนยันว่าคณะกรรมการเขาดำเนินการมาด้วยความตั้งใจดี เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์สำหรับคนไทย และสำหรับผมเองไม่ได้หนักใจอะไร แต่ที่หนักใจและไม่ค่อยสบายใจก็คือ เกี่ยวกับเรื่องของคนที่ไม่เข้าใจ ผู้ที่ไม่ปรารถนาดีมาทำให้โครงการอุทยานราชภักดิ์ซึ่งมีความบริสุทธิ์เกิดความเสียหาย” พล.อ.อุดมเดชกล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า อยากขอร้องสื่อซึ่งที่ผ่านมามีสื่อบางสำนัก บางสถานีเสนอข่าวดี แต่บางสื่อก็มีการวิเคราะห์วิจารณ์วิพากษ์สิ่งต่างๆโดยไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดความเสียหายกับคนทำงาน ทั้งๆที่ผ่านมาพวกเราซึ่งเป็นทหารและข้าราชการส่วนใหญ่ ทำงานมาด้วยความตั้งใจเราทำเพื่อสิ่งที่เรารักและหวงแหน ตนเองและทหารหลายคนก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่นายทหารยศชั้นเด็ก จนถึงระดับสูงทำสิ่งเหล่านี้มามากพอสมควร สู้กับการจาบจ้วงสิ่งที่เรารักและเคารพมา เพราะฉะนั้นเราจะไม่มาเอาประโยชน์กับสิ่งที่เราทำ โครงการอุทยานราชภักดิ์เป็นโครงการชิ้นหนึ่ง ชิ้นสุดท้ายที่ตนทำก่อนเกษียณอายุราชการ ตนระลึกเสมอว่ากองทัพบกในขณะนั้นมีศักยภาพ ที่จะทำอะไรเพิ่มเติมจากสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ เราไม่คิดเอาประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ เราตั้งใจทำสิ่งนี้ขึ้นมา จึงอยากให้ประชาชนได้รับทราบคนที่สนับสนุนหรือบริจาคไม่ว่าจะมากหรือน้อย เข้าใจดีว่าคนเหล่านี้มีความศรัทธา ตนก็จะพยายามรักษาศรัทธานั้นและเดินกันต่อไปให้สำเร็จ
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า ถ้าโครงการอุทยานราชภักดิ์ยังไม่สำเร็จและตนเกษียณราชการมาก่อน และเชื่อว่าคนที่เขาบริจาคเงินเขาต้องตั้งข้อสังเกต ซึ่งจากนี้ต้องเป็นหน้าที่ของกองทัพบก แลละคณะกรรมการอุทยานราชภักดิ์ต้องช่วยดูแลให้สำเร็จลุล่วงต่อไป สำหรับตนเองตอนนี้รอคณะกรรมการที่ตรวจสอบ ที่แต่งตั้งมาจากส่วนทั้งกลาโหม สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ก็สามารถตรวจสอบได้ และคิดว่าการชี้แจงของกระทรวงกลาโหมครั้งนี้จะสามารถลงรายละเอียดสรุปในเรื่องต่างๆ ให้ประชาชนได้เข้าใจ ทั้งเรื่องของการรับเงินจ่ายเงิน หรือเหตุผลเรื่องราวต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสังเกตและตั้งข้อสงสัย ตนหวังว่าทางคณะกรรมการจากกระทรวงกลาโหมจะสามารถสอบข้อมูลต่างๆเหล่านั้น มาชี้แจงได้ในเวลาอันเหมาะสม และตนเองไม่ได้ลงไปก้าวก่ายอะไร ซึ่งการตรวจสอบเป็นเรื่องที่คณะกรรมการจะต้องเลี่ยง อาจจะเรียกหน่วยงานต่างๆมาชี้แจง
เมื่อถามว่าช่วงระหว่างการตรวจสอบยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ ซึ่งทุกคนในรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ขณะนี้ทุกคนต้องทำตามหน้าที่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไป
“ไม่ต้องห่วงหรอก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่าพวกเราไม่มีอะไร นอกจากการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไป เมื่อถึงวันเวลาทุกคนต้องไปไม่ช้าก็เร็ว ส่วนตัวผมเองทุกคนต้องไปไม่ช้าก็เร็ว และส่วนตัวผมเองก็ยังทำงานอยู่เรื่องราวต่างๆต้องพิจารณากันต่อไป แต่อยากให้เข้าใจว่าไม่เคยคิดที่หรือต้องการที่จะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่นี้ยาวนาน แต่อยู่เท่าที่จำเป็น” พล.อ.อุดมเดช กล่าวยืนยัน
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวมีกระแสกดดันให้ลาออก รมช.กลาโหม กล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะมั่นใจว่าเราคิดดีทำดี
“ขณะนี้อาจจะมีบางคน บางกลุ่ม นั่งยิ้มอยู่ก็ได้ว่าสิ่งที่เขาได้พยายามกระทำนั้นเหมือนกับยิงนกได้หลายตัว ก็ไปคิดดูแล้วกันว่าเราจะปล่อยให้สิ่งต่างๆ คนที่ตั้งใจจะทำสีขาวเป็นสีขาว กับคนที่ตั้งใจให้สีขาวเป็นสีดำ ถ้าสอบสวนเสร็จผมคิดว่าประเทศชาติก็อันตราย” พล.อ.อุดมเดช กล่าวย้ำ
รมช.กลาโหม กล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณสำหรับคนที่มีศรัทธา เพราะขณะนี้คนหัวหิน คนประจวบคีรีขันธ์ และคนจังหวัดใกล้เคียง ที่มีความรักและความศรัทธาต่ออุทยานราชภักดิ์ช่วยกันดูแล นักท่องเที่ยวและประชาชนต่างๆยังศรัทธา ที่หลั่งไหลไปเคารพบูชา แต่ข่าวคราวที่ออกมานั้นต้องเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ เพราะฉะนั้นตนจึงยังไม่พูดในรายละเอียดขณะนี้ปล่อยให้คณะกรรมการทำงานไปก่อน
เมื่อถามว่า ที่ระบุว่ากลุ่มคนที่นั่งยิ้มอยู่เป็นฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายทหาร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่ทราบตนไม่อยากจะพูด ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรกำลังกระโดดลงมาคงเป็นคนเหล่านั้น ก็ไปวิเคราะห์กันเอง ในส่วนของตนก็วิเคราะห์แต่ตนไม่สามารถจะไปร้ายใคร และจะไม่ให้ร้ายใครด้วย การทำงานในฐานะผู้บัญชาการทหารบกที่ผ่านมา ทำทุกอย่างด้วยความเรียบร้อย ช่วยรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ขณะนั้น ทั้งการพูดคุยการปรองดองหรือแม้แต่สถานการณ์ในภาคใต้ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกตนตั้งใจทำงานก็ขอให้กำลังใจกับคนที่ตั้งใจทำงาน สิ่งใดๆมี่อยากรู้ขณะนี้ให้รอคณะกรรมการ และตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องของกองทัพบกในยุคปัจจุบันต้องดูแลซึ่งทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ตนไม่ได้อะไรทั้งสิ้น แต่ทุกคนต้องมีความเป็นธรรมสิ่งที่ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันกล่าวมา ก็กล่าวมาด้วยความเป็นธรรมแล้ว และตนไม่ได้ไปพูดคุยอะไรกับท่าน ท่านเห็นอย่างไรก็พูดมาอย่างนั้น แต่ว่าอาจจะลงรายละเอียดไม่พอ ก็คงต้องอาศัยคณะกรรมการต่อๆไป โดยเฉพาะกรรมการที่มาจากหน่วยนอกต่างๆ ซึ่งผู้ใหญ่ก็พูดแล้วว่ายินดีที่จะให้เข้ามาตรวจสอบ







